รีวิว

รีวิวหูฟัง CMF Clip Pro และ CMF Buds Neo สองนิยามความคุ้มค่าจาก CMF by Nothing

ล่าสุด CMF by Nothing ได้ส่งหูฟังไร้สาย 2 รุ่นใหม่ เข้ามาลุยตลาดประเทศไทยพร้อมกันได้แก่ CMF Clip Pro และ CMF Buds Neo ความน่าสนใจคือ ทั้งสองรุ่นเปิดตัวมาพร้อมกัน แต่ถูกออกแบบมาให้มีบุคลิก ฟังก์ชัน และตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจมากๆ ครับ

CMF Clip Pro หูฟัง Open-Ear สายแฟชั่น ที่มาพร้อมฟังก์ชัน Smart Dial ควบคุมการทำงานแบบสุดล้ำ

CMF Clip Pro ซึ่งเป็นหูฟังทรง Open-Ear แบบหนีบหู รุ่นแรกของแบรนด์ที่ฉีกกฎเกณฑ์หูฟังแบบเดิมๆ ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่ตัวเคสชาร์จ ออกแบบได้สวยงามดูหรูหรา มีปุ่มหมุน Smart Dial อยู่ที่มุมเคส ซึ่งเราสามารถใช้ หมุนเพื่อเพิ่ม-ลดเสียง หรือกดเพื่อสั่งการ เล่น/หยุด/ข้ามเพลง และรับสายโทรศัพท์ผ่านมือถือได้ทันที ถือเป็นกิมมิกที่ใช้งานได้สะดวกและสนุกมือมาก โดยตั้งค่ารูปแบบการกดได้ตามใจชอบผ่านแอป Nothing X และรองรับมาตรฐานกันน้ำฝุ่น IP54

CMF Clip Pro ในกล่องจะมีหูฟัง และคู่มือ

ตัวหูฟังดีไซน์มาให้ใช้หนีบเข้ากับบริเวณใบหูด้านข้าง มีน้ำหนักเบาหวิว ข้อดีคือมันไม่ยัดเข้าไปในรูหู ทำให้สวมใส่ได้ยาวนานตลอดทั้งวันโดยไม่มีอาการเจ็บหู อับชื้น หรือล้าหู และยังปลอดภัยเพราะเราสามารถได้ยินเสียงสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ เหมาะมากสำหรับสายวิ่ง ออกกำลังกาย หรือใส่ทำงานในออฟฟิศ ไม่หลุดง่ายแน่นอนครับ สวมใส่สบายได้ยาวนานหลายชั่วโมงด้วยดีไซน์แบบ OpenFit Arc มอบความยืดหยุ่น เบาสบายจนแทบไม่รู้สึก และยังได้ยินเสียงรอบข้าง ทำให้มีความปลอดภัยในการใช้งานในทุกๆ สถานการณ์

CMF Clip Pro ดีไซน์สวยมาก สัมผัสด้าน นุ่ม หรูหรา ด้านหน้ามีไฟแสดงสถานะ

CMF Clip Pro มาพร้อม Smart Dial ควบคุมการทำงานของหูฟัง หมุนและกดได้

CMF Clip Pro ด้านหลังมี USB-C

CMF Clip Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 10 ชั่วโมง และใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ จะใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 32.5 ชั่วโมง ตัวหูฟังแต่ละข้างมีแบตเตอรี่ความจุ 60 mAh และเคสชาร์จมีความจุ 475 mAh รองรับฟีเจอร์ชาร์จไว เพียง 10 นาที สามารถนำไปฟังเพลงต่อได้ยาวนานถึง 4 ชั่วโมง

CMF Clip Pro ตัวหูฟังมาพร้อมดีไซน์ OpenFit Arc โครงสร้างนี้นำน้ำหนักไปกระจายลงบน 3 จุด แยกกัน ได้แก่ ตัวลำโพงซึ่งเป็นจุดรับน้ำ หนักหลัก, ส่วนก้านประคอง ซึ่งช่วยปรับตำแหน่งเสริม และตัวก้านเชื่อมรูปตัวซีที่ใช้วัสดุไทเทเนียม แข็งแรงและยืดหยุ่น ส่งผลให้การสวมใส่ไม่หลวมหรือแน่นจนเกินไป แม้ใช้งานต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมง สวมใส่สบายไม่อึดอัด และแนบไปกับสรีระหูได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้งานได้ยาวนานทั้งวันจนแอบลืมถอดเลยครับ

CMF Clip Pro ได้รับการรับรองมาตรฐาน Hi-Res Audio เสียงโปร่ง มิติชัด รองรับ Codec เสียงความละเอียดสูงอย่าง LDAC แม้จะเป็นหูฟังทรง Open-Ear แบบหนีบหู แต่เรื่องเสียงทำได้ดีเกินคาด ขับเสียงด้วยไดรเวอร์ขนาด 10.8 มม. ให้มิติเสียงที่โปร่ง กว้าง และใสเคลียร์ พร้อมระบบ Anti-Leakage Mode ช่วยกันเสียงเล็ดลอดออกไปภายนอก

CMF Buds Neo หูฟัง In-Ear พลังเบส ตัดเสียงเงียบ แบตเตอรี่สะใจ

CMF Buds Neo หูฟังไร้สายทรง In-Ear มาพร้อมอัปเกรดประสิทธิภาพ ในราคาเข้าถึงง่าย ตัวเคสมาพร้อมกิ๊บล็อกหรือส่วนคล้องที่สามารถนำไปพกพาหรือแต่งตัวเป็นไอเทมแฟชั่นได้ วงแหวนทรงกลมตรงมุมเคส เป็นดีไซน์แฟชั่นแบบ Two-tone เฉยๆ นะครับหมุนไม่ได้ รุ่นนี้รองรับมาตรฐานกันน้ำฝุ่น IP54

CMF Buds Neo หน้าตาเท่ๆ ดีไซน์ทูโทน

CMF Buds Neo ตัวเคสมาพร้อมกิ๊บล็อกหรือส่วนคล้องที่สามารถนำไปพกพาหรือแต่งตัวเป็นไอเทมแฟชั่น

CMF Buds Neo ด้านหลังมี USB-C

CMF Buds Neo โดดเด่นในส่วนของแบตเตอรี่อึดเป็นพิเศษ ใช้งานได้ยาวนานรวมเคสชาร์จสูงสุดถึง 52 ชั่วโมง (เมื่อปิด ANC) หรือสูงสุด 30 ชั่วโมง (เมื่อเปิด ANC) รองรับชาร์จไว 10 นาที ฟังได้นานถึง 5.5 ชั่วโมง ตัวหูฟังแต่ละข้างมีความจุแบตเตอรี่ 45 mAh และเคสชาร์จมีความจุ 460 mAh

CMF Buds Neo ตัวหูฟังมาในทรง In-Ear การสวมใส่ให้ความรู้สึกกระชับและช่วยซีลเสียงภายนอกได้เงียบตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดระบบตัดเสียง รุ่นนี้ถูกใจสายเน้นเบส ด้วยไดรเวอร์ขนาดใหญ่ถึง 12.4 มม. ให้โทนเสียงที่ทรงพลัง เบสลูกใหญ่ ลงลึก และมีอิมแพ็ก

รองรับ Active Noise Cancellation ที่เงียบสูงสุดถึง 35 dB โดยระบบจะปรับระดับการตัดเสียงตามสภาพแวดล้อมรอบตัวให้อัตโนมัติ ช่วยลดเสียงจอแจภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสลับเป็นโหมด Transparency เพื่อรับเสียงภายนอกได้

CMF Clip Pro และ CMF Buds Neo ทำงานผ่านแอป Nothing X รองรับทั้งบน iOS และ Android รองรับการปรับแต่งเสียง EQ มีแนวเสียงสำเร็จรูปให้เลือกอย่าง Balanced, More Bass, More Treble, Voice และปรับแต่งได้ด้วยตัวเอง Custom EQ แบบ 3-Band สไตล์ CMF ให้เราลากปรับความถี่เสียงเบส เสียงกลาง เสียงแหลม ได้ตามใจชอบ

รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Spatial Audio จำลองมิติเสียงแบบ 3 มิติ ช่วยให้การดูภาพยนตร์หรือเล่นเกมมีความโอบล้อมสมจริงยิ่งขึ้น และรองรับโหมดความหน่วงต่ำ Low Lag Mode เมื่อต้องการเล่นเกมหรือดูคลิป เพื่อลดการดีเลย์ของเสียงให้ตรงกับภาพมากที่สุด รองรับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ พร้อมฟีเจอร์ตามหาหูฟัง Find My Earbuds สั่งให้หูฟังส่งเสียงร้องเตือนในกรณีที่ถอดวางทิ้งไว้แล้วหาไม่เจอ

และสำหรับ CMF Clip Pro รุ่นนี้จะรองรับ Codec เสียงความละเอียดสูงอย่าง LDAC รองรับการตั้งค่า Smart Dial ปุ่มหมุนบนเคส สามารถเข้าไปกำหนดได้ว่า การหมุน หรือการกดปุ่มทรงกลมบนเคสชาร์จในแต่ละรูปแบบ กด 1 ครั้ง, 2 ครั้ง, 3 ครั้ง, กดค้าง จะให้สั่งการอะไร เช่น ปรับเสียง, ข้ามเพลง, หรือเรียกผู้ช่วยคำสั่งเสียง (Voice Assistant) หรือควบคุมแบบสัมผัสที่ตัวหูฟังก็ได้ จะเป็นการกดปุ่ม ช่วยให้การสั่งงานหูฟังมีความแม่นยำ และมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ส่วน CMF Buds Neo จะรองรับ Active Noise Cancellation เพราะเป็นหูฟังแบบ In-ear และมีโหมด Transparency รับเสียงภายนอกเข้ามา ทำให้ได้ยินเสียงรอบข้างชัดเจนโดยไม่ต้องถอดหูฟัง และปรับแต่งระบบสัมผัสที่ตัวหูฟัง Tap / Double Tap / Triple Tap / Press & Hold เพื่อควบคุมเพลงหรือเปลี่ยนโหมด ANC

หูฟัง CMF Clip Pro และ CMF Buds Neo สองนิยามความคุ้มค่าจาก CMF by Nothing

  • CMF Clip Pro เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสบายในการสวมใส่ ใส่ทำงานหรือออกกำลังกายได้ทั้งวันโดยไม่เจ็บหู ได้ยินเสียงรอบข้างชัดเจน ชอบมิติเสียงที่โปร่งกว้าง และชอบลูกเล่นปุ่มหมุน Smart Dial บนเคสชาร์จที่ใช้งานได้สะดวกจริง ราคาเปิดตัว 3,999 บาท
  • CMF Buds Neo เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ชอบความเงียบจากระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) เน้นฟังเพลงที่เบสหนักแน่นสะใจ และต้องการหูฟังที่แบตเตอรี่อึดเป็นพิเศษไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จบ่อยๆ ราคาเปิดตัว 1,099 บาท

CMF Clip Pro และ CMF Buds Neo ตอบโจทย์ทางเลือกที่ชัดเจน ถ้าคุณเป็นสายกิจกรรม ชอบความโปร่งสบาย ไม่ชอบหูฟังอุดอู้ CMF Clip Pro คือคำตอบที่ใช่ที่สุด แต่ถ้าคุณรักความเป็นส่วนตัว อยากได้ความเงียบและเบสที่หนักหน่วง CMF Buds Neo เวิร์กและตอบโจทย์คุณแน่นอนครับ ชอบสไตล์ไหนเลือกตัวนั้นได้เลย รับรองว่าไม่ผิดหวังครับ ช่องทางการซื้อ https://s.shopee.co.th/AKaxsR47Dp

Joker เจ้าของเว็บไซต์ TechUpper

บล็อกเกอร์ผู้มองเห็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยีมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี และเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคอย่างแท้จริง พร้อมส่งต่อรีวิวที่ตรงไปตรงมา และจริงใจที่สุดให้กับผู้อ่านทุกท่านครับ

Avatar photo