HMD Asha 305 สมาร์ทฟีเจอร์โฟน ระบบ Pulse OS ราคา 1,990 บาท
HMD (ประเทศไทย) ปลุกชีพฟีเจอร์โฟนยอดฮิตในตำนาน รุกเปิดตัว “HMD Asha 305″ พลิกโฉมสู่การเป็น สมาร์ทฟีเจอร์โฟนยุคใหม่ ดีไซน์กะทัดรัดหน้าจอ 5 นิ้ว พกพาสะดวก ภายใต้คอนเซ็ปต์ HMD Asha 305 เครื่องแรกที่พอดีกับวัย ใช้อย่างสบายใจ มีเท่าที่จำเป็น พร้อมฟังก์ชันที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ทั้งแอป LINE และแอปความบันเทิงยอดนิยมที่ติดตั้งมาพร้อมใช้งานทันที แบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้ ใช้งานยาวนานสูงสุด 32 ชั่วโมง รองรับ 2 ซิม (Dual SIM) ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความเรียบง่าย คล่องตัว เชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด ในยุคที่สมาร์ทโฟนมีราคาสูงขึ้นต่อเนื่องเข้าถึงได้ยาก ปลอดภัยจากภัยไซเบอร์และมิจฉาชีพออนไลน์ ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยและความทนทานระดับยุโรปในราคาระดับเดียวกับฟีเจอร์โฟน
นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) เปิดเผยว่า ปัจจุบันต้นทุนการผลิตที่ปรับตั

แอปยอดนิยมพร้อมใช้ตั้งแต่
HMD Asha 305 มาพร้อมแอปพลิเคชันยอดนิยมสำหรับการแชต โซเชียลมีเดีย และความบันเทิง ที่ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานทันที ทั้งแอปพลิเคชัน LINE ยอดนิยม พร้อมเพลิดเพลินกับแอปพลิเคชันระดับโลก เข้าถึงความบันเทิงได้อย่างสนุกสนานและต่อเนื่องผ่านแอปพลิเคชันเวอร์ชันประหยัดพลังงานที่ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น YouTube, TikTok, Instagram และ WhatsApp โดยทั้งหมดทำงานบนระบบปฏิบัติการ Pulse OS บน Android ที่ HMD พัฒนาและปรับแต่งมาเป็นพิเศษให้ใช้งานได้ลื่นไหล ไม่ค้าง ตอบสนองการใช้งานต่อเนื่องได้ตลอดวัน
ไม่มีซอฟต์แวร์ขยะ (Bloatware-Free) เครื่องไม่อืด พื้นที่จัดเก็บเหลือใช้เต็มที่
อีกหนึ่งความตั้

แบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้ ใช้งานยาวนานสูงสุด 32 ชั่วโมง
HMD Asha 305 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2,500 mAh ที่ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ด้
จอ 5 นิ้ว กล้องหน้า-หลัง เชื่อมต่อครบครัน พร้อมดีไซน์จับถนัดมือ
ด้านการใช้งาน หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ให้การแสดงผลลื่นไหล เหมาะกับการเลื่อนอ่านคอนเทนต์และรับชมความบันเทิงในทุกวัน มาพร้อมกล้องหน้าและกล้องหลังความละเอียด 2 ล้านพิกเซล โดยกล้องหลังมาพร้อมไฟแฟลช LED และกล้องหน้ารองรับการวิดีโอคอล รองรับการใช้งาน 2 ซิม (Dual SIM) พร้อมการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง Wi-Fi ที่แชร์อินเทอร์เน็ตผ่าน Hotspot ให้อุปกรณ์อื่นได้, USB Type-C, Bluetooth สำหรับต่อหูฟังไร้สาย และระบบนำทาง GPS ในตัว ซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองติดตามตำแหน่งของบุตรหลานหรือลูกหลานติดตามผู้สูงอายุได้อย่างอุ่นใจ ขณะเดียวกันยังคงช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ไว้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงหรือวิทยุในรูปแบบคลาสสิก ปิดท้ายด้วยดีไซน์ฝาหลังลวดลาย 3D Nano-Pattern ให้สัมผัสหรูหรา จับถนัดมือ ไม่ลื่นหลุดง่าย

ปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง สกัดมิจฉาชีพออนไลน์ตามมาตรฐานยุโรป
ขณะเดียวกัน HMD Asha 305 ยังคงจุดแข็งด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานที่เข้มงวดของยุโรป ด้วยระบบปฏิบัติการ Pulse OS บน Android ที่มาพร้อมเฉพาะแอปพลิเคชันซึ่งคัดสรรและติดตั้งมาจากโรงงาน พร้อมทั้งสามารถดาวโหลดแอปยอดนิยมจาก App Market ภายในเครื่อง มิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์จึงไม่สามารถหลอกลวงให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดไฟล์แปลกปลอม (ไฟล์ปลอมแปลง หรือลิงก์ดูดเงิน) เข้ามาติดตั้งในเครื่อง หรือควบคุมหน้าจอจากระยะไกลได้ ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและเงินในบัญชี โดยเฉพาะของผู้สูงอายุและเด็ก
ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์ AOC 1441 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุตลอดปี 2568 เฉพาะกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-49 ปี มีผู้เสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์มากถึง 405,929 เคส คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 23,403 ล้านบาท และในปี 2569 มิจฉาชีพยังพัฒนากลโกงรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้ AI ปลอมใบหน้าและเสียงของคนรู้จัก รวมถึง QR Code ปลอมดูดเงิน ซึ่งเด็กและผู้สูงอายุที่ไม่คุ้นเคยกับกลโกงดิจิทัลยิ่งต้องการเครื่องมือสื่อสารที่ปลอดภัย HMD ประเทศไทยจึงออกแบบ HMD Asha 305 ให้ “ปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง” ด้วยระบบ Pulse OS บน Android ที่ติดตั้งได้เฉพาะแอปที่ปลอดภัย เพื่อปิดช่องทางหลอกลวงตั้งแต่แรก สอดรับกลยุทธ์ Multi-Brand ปี 2569 ของ HMD ที่มุ่งผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยของเด็กและผู้สูงอายุ

HMD Asha 305 จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับผู้ที่มองหามือถือเครื่องสำรองที่วางใจได้ เครื่องที่สองสำหรับแยกซิมไว้ติดต่องานหรือพกเดินทางโดยไม่ต้องจ่ายราคาสมาร์ทโฟนซ้ำอีกเครื่อง หรือมอบเป็นของขวัญให้ผู้สูงอายุในบ้านใช้งานได้อย่างสบายใจ ไร้กังวลจากภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นอกจากนี้ ยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการขยับจากโทรศัพท์ปุ่มกดมาสู่หน้าจอสัมผัสในราคาที่ย่อมเยากว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป รวมถึงเป็นมือถือเครื่องแรกสำหรับเยาวชนวัยเรียนที่จำเป็นต้องเริ่มใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครอง แต่ยังควบคุมการเข้าถึงแอปได้ ไม่ต้องกังวลว่าบุตรหลานจะดาวน์โหลดแอปที่ไม่เหมาะสมหรือตกเป็นเหยื่อแอปดูดเงินได้เอง
HMD Asha 305 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้

Pulse OS คืออะไร?
Pulse OS ไม่ใช่ระบบ Android เต็มตัว โดยดีไซน์ออกมาภายใต้แนวคิด “ปิดช่องโหว่ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดจากผู้ใช้งาน”
- ทีมพัฒนาทราบดีว่าจุดอ่อนที่สุดของ Android คือการเปิดสิทธิ์ติดตั้งไฟล์ภายนอก (.apk) ผ่านเบราว์เซอร์หรือ LINE ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวง ผู้พัฒนาจึงเลือกที่จะ บล็อกการลงแอปจากภายนอกในระดับแกนระบบ
- มิจฉาจักรมักใช้ประโยชน์จากเมนู “สิทธิ์การเข้าถึงพิเศษ” (Accessibility Services) ในการแอบดูหน้าจอหรือโอนเงินแทนเรา ทีมพัฒนาจึง ล็อกและซ่อนเมนูตั้งค่าระดับลึกเหล่านี้ไว้ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือเด็ก เผลอไปกดอนุญาตให้ใครเข้าถึงเครื่องได้
- ตัวเครื่องในกลุ่มนี้มักใช้สเปกเริ่มต้น ทีมพัฒนาจึงจำกัดการรันแอปเบื้องหลัง และไม่มีแอปพลิเคชันขยะ เพื่อให้เครื่องทำงานได้ลื่นไหล ไม่หน่วง และประหยัดแบตเตอรี่สูงสุด
การที่ระบบมีความปลอดภัยและเสถียรขึ้นอย่างมาก เกิดจากการจำกัดสิทธิ์การใช้งาน ซึ่งผู้ซื้อจะต้องยอมรับข้อจำกัดเหล่านี้
- ไม่สามารถเข้า Google Play Store เพื่อโหลดแอปพลิเคชันนับล้านแอปได้อย่างอิสระเหมือนสมาร์ตโฟนทั่วไป แต่จะต้องดาวน์โหลดผ่าน App Market เฉพาะของระบบ ซึ่งมีเฉพาะแอปพลิเคชันยอดนิยมที่จำเป็นและผ่านการตรวจสอบแล้วเท่านั้น (เช่น LINE, Facebook Lite, YouTube, TikTok Lite)
- หมดสิทธิ์การปรับแต่งระดับลึก ไม่สามารถปรับแต่งหน้าตาไอคอน เปลี่ยนธีม ย้ายไฟล์ระบบ หรือตั้งค่าฟังก์ชันซับซ้อน ระบบนี้จะไม่ตอบโจทย์ เพราะหน้าตาอินเทอร์เฟซและเมนูการตั้งค่าถูกล็อกให้เรียบง่ายที่สุดเพื่อลดความสับสน
Pulse OS คือความตั้งใจของทีมพัฒนาในการสร้าง “เซฟโซน” บนหน้าจอสมาร์ตโฟน มันปลอดภัยมากเพราะมันตัดส่วนเสี่ยงออกไปทั้งหมด หากคุณกำลังมองหามือถือสัมผัสที่เน้นใช้งานพื้นฐานในงบประหยัดและปลอดภัย 100% จากแอปดูดเงิน ระบบนี้คือคำตอบครับ แต่หากคุณต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งานแบบสมาร์ตโฟนทั่วไป เครื่องนี้อาจจะรู้สึกอึดอัดเกินไปสำหรับคุณ
และที่สำคัญแอปพลิเคชันธนาคาร และแอปการเงินของไทย ยังไม่รองรับในตอนนี้นะครับ ด้วยเจตนาของระบบนี้คือการไม่รันไฟล์แอปพลิเคชันที่มีการรับส่งข้อมูลทางการเงินในระดับลึกเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ สโตร์ของระบบจึงไม่มีการดีลหรือบรรจุแอปพลิเคชันของธนาคารใดๆ ไว้เลย

