Post Views: 499

นับตั้งแต่เปิดตัว Galaxy Fold รุ่นแรกในปี 2019 ด้วยน้ำหนัก 276 กรัม ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพของมือถือจอพับมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับทั้งออกแบบบานพับ หน้าจอ ความทนทาน และประสบการณ์ใช้งานในทุก ๆ เจเนอเรชัน
เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซัมซุงยังเดินหน้ารับมือกับความท้าทายที่สำคัญ นั่นคือ การทำให้มือถือจอพับหน้าจอใหญ่และพกพาสะดวกยิ่งขึ้นในทุกวัน แต่ยังคงมอบประสบการณ์การใช้งานเฉพาะตัวอันโดดเด่นของฟอร์มแฟกเตอร์จอพับไว้อย่างครบถ้วน
ความมุ่งมั่นดังกล่าวส่งผลให้ Galaxy Z Fold5 มีน้ำหนักอยู่ที่ 253 กรัม และ Galaxy Z Fold6 ลดลงเหลือ 239 กรัม จนกระทั่ง Galaxy Z Fold7 ซัมซุงได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม

รีวิว Samsung Galaxy Z Fold8 อัตราส่วนหน้าจอ 4:3 เมื่อกางออก ยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้เป็นธรรมชาติ เป็นสมาร์ทโฟนจอพับที่สมบูรณ์แบบที่สุด
“มือถือจอพับจะเบากว่ามือถือเรือธงแบบ Bar-type ได้หรือไม่?”
ในเวลานั้น Galaxy S25 Ultra หนึ่งในมือถือเรือธงแบบ Bar-type ของซัมซุง มีน้ำหนักอยู่ที่ 218 กรัม ทีมพัฒนาจึงตั้งเป้าหมายให้ Galaxy Z Fold7 มีน้ำเบาเพียง 215 กรัม
ซึ่ง Galaxy Z Fold7 สามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้ และในวันนี้ Galaxy Z Fold8 ได้ต่อยอดนวัตกรรมจอพับที่สะสมมาหลายปี ด้วยการผสานฟอร์มแฟกเตอร์ใหม่เข้ากับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่นำหนึ่งก้าวเสมอ วัสดุ และการออกแบบภายในตัวเครื่อง จนทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 201 กรัม เบากว่า Galaxy Z Fold5 ถึง 52 กรัม และส่งผลให้ Galaxy Z Fold8 กลายเป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก
พัฒนาการด้านน้ำหนักและความบางของ Galaxy Z Fold ในแต่ละเจเนอเรชัน ตั้งแต่ Galaxy Fold รุ่นแรกที่มีน้ำหนัก 276 กรัม และความหนา 17.1 มม. สู่ Galaxy Z Fold8 ที่มีน้ำหนักเพียง 201 กรัม และบาง 9.7 มม. ซึ่งเป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก รวมทั้ง Galaxy Z Fold8 Ultra ที่มีความบางเพียง 8.9 มม.

แต่ผู้บริโภคคาดหวังมากกว่าแค่มือถือจอพับที่มีน้ำหนักเบาลง
จากผลสำรวจของYouGov ในปี 2024 พบว่าดีไซน์ที่เทอะทะหรือมีน้ำหนักมาก ยังคงเป็นหนึ่งในข้อกังวลของผู้บริโภคที่ไม่มีแผนจะซื้อมือถือจอพับ ขณะที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ความทนทาน และคุณภาพหน้าจอ เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาซื้อมือถือจอพับ
ข้อมูลเชิงลึกนี้จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญด้านวิศวกรรมของซัมซุง คือการทำให้มือถือจอพับบางและเบาลง โดยยังคงประสบการณ์หลักที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญไว้
ขณะเดียวกัน อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพของกล้อง ระบบจัดการความร้อน และความทนทาน ก็ยังต้องได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่ง แต่วิศวกรของซัมซุงต้องกลับมาทบทวนการออกแบบอุปกรณ์ใหม่ทั้งเครื่อง ตั้งแต่การยกระดับเทคโนโลยีพื้นฐานของจอพับ การเลือกใช้วัสดุใหม่ไปจนถึงการปรับชิ้นส่วนหลักและชิ้นส่วนประกอบหลายร้อยรายการอย่างละเอียดในระดับเศษเสี้ยวของกรัม

จากน้ำหนัก 253 กรัม เหลือเพียง 201 กรัม ด้วย 3 นวัตกรรมทางวิศวกรรมที่ช่วยพลิกโฉมการออกแบบครั้งนี้
จาก Galaxy Z Fold5 สู่ Galaxy Z Fold8 ที่ซัมซุงสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึง 52 กรัม จนทำให้ Galaxy Z Fold8 เป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก

ยิ่งบางและเบา ยิ่งต้องอาศัยวิศวกรรมที่แม่นยำยิ่งกว่าเดิม
การทำให้มือถือจอพับบางและเบาลง ถือเป็นความท้าทายใหม่ทางวิศวกรรม ชิ้นส่วนที่ซ้อนกันภายในหน้าจอต้องบางลง แต่ยังต้องตอบโจทย์เกณฑ์ความทนทานและความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานของซัมซุง แผ่นโลหะรองรับหน้าจอต้องคงความเรียบเนียนสนิทแม้จะบางลงกว่าเดิม ขณะที่บานพับต้องรองรับแรงกดมหาศาลจากการพับและกางซ้ำ ๆ โดยต้องออกแบบให้ลงตัวกับขนาดและโครงสร้างของตัวเครื่องในแต่ละรุ่น
ตลอดหลายเจเนอเรชัน ซัมซุงได้พัฒนารายละเอียดชั้นหน้าจอ เทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะบางพิเศษด้วยความแม่นยำสูง และนวัตกรรมบานพับอันเป็นหัวใจสำคัญอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ เทคโนโลยี Flex Titanium ที่มีชั้นฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียม (Titanium Alloy Film) ออกแบบมาเพื่อโครงสร้างหน้าจอพับโดยเฉพาะสำหรับ Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Fold8 Ultra
โดยฟิล์มดังกล่าวมีความหนาเพียงไม่กี่สิบไมโครเมตร หรือคิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของความหนาเส้นผมมนุษย์ โดยคุณสมบัติของวัสดุและโครงสร้างทำงานร่วมกันเพื่อรักษาประสิทธิภาพสูงสุดไว้แม้จะอยู่ภายใต้ความบางเฉียบระดับนี้

แผ่นโลหะที่ทำหน้าที่รองรับหน้าจอก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย
แผ่นโลหะบางส่วนถูกขึ้นรูปให้มีความหนาประมาณ 0.2 มิลลิเมตร และบางจุดมีความหนาเพียง 0.15 มิลลิเมตร ซึ่งการจะได้ความบางระดับนี้ แค่การทำให้โลหะบางลงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะโลหะที่บางเกินไปมีโอกาสเกิดการบิดงอได้ง่ายขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต และแม้รูปทรงจะเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อความแม่นยำในการประกอบหรือคุณภาพพื้นผิวของหน้าจอได้
สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ความสามารถในการขึ้นรูปโลหะบางพิเศษระดับ 0.2 มิลลิเมตร ให้ได้รูปทรงและความเรียบตามที่ต้องการอย่างสม่ำเสมอ
ซัมซุง จึงปรับปรุงลำดับการขึ้นรูป เครื่องมือ สภาวะการหล่อเย็น และตั้งค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมด โดยแบ่งการทำงานออกเป็นหลายขั้นตอนเพื่อรักษาความแม่นยำในระดับที่ต้องการ
ส่วนของบานพับก็ต้องการความใส่ใจในระดับเดียวกัน นอกจากการเปิด-ปิดทั่วไปแล้ว บานพับยังต้องสามารถกระจายแรงจากการพับและกางซ้ำ ๆ ให้ทั่วทั้งตัวเครื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางโครงสร้าง ซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามขนาดและสถาปัตยกรรมของมือถือแต่ละรุ่น วิศวกรซัมซุงจึงออกแบบบานพับขึ้นมาเฉพาะสำหรับแต่ละฟอร์มแฟกเตอร์ โดยคำนวณความสมดุลทั้งการกระจายแรง ความแข็งแรง ความทนทาน พื้นที่ภายใน และน้ำหนักอย่างพิถีพิถัน แทนการย่อขนาดบานพับจากรุ่นก่อนหน้าเพียงอย่างเดียว
การสร้างมือถือจอพับที่บางและเบาลง จึงไม่ใช่แค่การลดขนาดชิ้นส่วนลงทีละชิ้น แต่เกิดจากความแม่นยำที่สูงขึ้นในทุกมิติ ทั้งกระบวนการขึ้นรูปวัสดุ การบริหารจัดการแรง และการออกแบบโครงสร้างภายใต้พื้นที่อันจำกัด

เบาลง พร้อมโครงสร้างทรงพลัง ด้วยการเริ่มต้นจากนวัตกรรมวัสดุศาสตร์
มิติที่สองคือการใช้นวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์ แต่ละส่วนของมือถือจอพับมีหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางจุดต้องการความแข็งเกร็งสูง บางจุดต้องทนต่อการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และบางจุดต้องระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซัมซุงคัดสรรและพัฒนาวัสดุให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละส่วน ควบคู่ไปกับการรีดน้ำหนักและประหยัดพื้นที่ใช้สอยให้ได้มากที่สุด ใน Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Fold8 Ultra เทคโนโลยี Flex Titanium ได้ผสานฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียมเข้ามาช่วยเสริมโครงสร้างหน้าจอพับ ส่วนโครงสร้างภายนอกเลือกใช้ Advanced Armor Aluminum เพื่อมอบความแข็งแรงและความทนทานที่จำเป็นสำหรับเฟรมตัวเครื่องที่บางเบา
นอกจากนี้ วัสดุยังมีบทบาทสำคัญในการจัดการความร้อน เมื่อตัวเครื่องบางลง พื้นที่สำหรับระบายความร้อนภายในย่อมลดลงตามไปด้วย ซัมซุงจึงเลือกใช้กราไฟต์ที่มีประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนสูงขึ้น พร้อมปรับโครงสร้างระบายความร้อนให้เหมาะกับขนาดและระดับประสิทธิภาพของแต่ละรุ่น
สำหรับ Galaxy Z Fold8 Ultra ซึ่งมีขนาดตัวเครื่องโดยรวมใกล้เคียงกับ Galaxy Z Fold7 ได้มีการเพิ่มปริมาตรของชั้นกราไฟต์ระบายความร้อนขึ้นประมาณ 7% เพื่อรองรับการทำงานที่ทรงพลังยิ่งขึ้น

ซัมซุงยังนำวัสดุ Clad Metal มาใช้บริเวณฝาหลังของตัวเครื่อง โดยผสานจุดเด่นของโลหะต่างชนิดเข้าด้วยกัน วัสดุนี้จึงช่วยลดน้ำหนักลงได้ โดยยังคงประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่จำเป็นสำหรับโครงสร้างอันบางเฉียบไว้ได้ครบถ้วน นวัตกรรมด้านวัสดุจึงไม่ใช่แค่การเลือกใช้วัสดุที่เบาลง แต่คือการเลือกใช้วัสดุที่ใช่ ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยใช้น้ำหนักและพื้นที่น้อยที่สุด ช่องทางการซื้อ https://s.lazada.co.th/s.ZjTH47?c=w&t=p-iHhbaJ5-s2F52qYw