ประชาสัมพันธ์

Samsung Galaxy Z8 Series และ Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 กับเสียงตอบรับจากเหล่า Tech Blogger

  • เหล่า Tech Blogger ในภูมิภาคฯ เห็นตรงกันว่า แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นและระบบชาร์จเร็วทำให้ Galaxy Z Fold8 Ultra กลายเป็นไอเทมสุดเพอร์เฟกต์สำหรับการยกระดับการทำงานให้ลื่นไหลไม่มีสะดุด
  • Form Factor “ไซซ์ใหม่” ของ Galaxy Z Fold8 ได้รับความสนใจอย่างมาก โดย Tech Blogger ชื่นชมหน้าจอหลักอัตราส่วน 4:3 ที่มอบประสบการณ์การชมคอนเทนต์ที่เต็มตายิ่งขึ้น พร้อมยกให้เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่มีรูปทรงโดดเด่นและแตกต่างที่สุดในตลาดตอนนี้
  • ส่วนผลรีวิวของ Galaxy Z Flip8 ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตัวเครื่องบางและเบาลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด พกพาสะดวก สมกับเป็นสมาร์ทโฟนจอพับที่บางและเบาที่สุดที่ซัมซุงเคยมีมา ด้วยความบางเพียง 6.1 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง180 กรัม
  • รีวิวจาก Tech Blogger ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ให้ความสนใจกับฟีเจอร์สุดล้ำของ Galaxy Watch Ultra2 โดยเฉพาะความสามารถในการทำกิจกรรมกลางแจ้งและการดำน้ำที่ต้องการทั้งความทนทานและการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานทุกสถานการณ์
  • ส่วน Galaxy Watch9 รีวิวถึงความสบายในการสวมใส่ตลอดวัน ด้วยดีไซน์ที่เพรียวบางลง พร้อมการอัปเกรดแบตเตอรี่ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อการใช้งานที่ต่อเนื่องยาวนานขึ้น

รีวิว Samsung Galaxy Z Fold8 อัตราส่วนหน้าจอ 4:3 เมื่อกางออก ยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้เป็นธรรมชาติ เป็นสมาร์ทโฟนจอพับที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ตลอด 7 เจเนอเรชันที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนจอพับของซัมซุงได้ก้าวข้ามจากนวัตกรรมที่มีความแปลกใหม่ สู่การเป็นอุปกรณ์คู่ใจที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้คนมากมายในเจเนอเรชันนี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียได้สัมผัสถึงพัฒนาการดังกล่าวด้วยตัวเอง ผ่านการใช้งาน Galaxy Z Fold8 Ultra, Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Flip8 นับตั้งแต่เปิดตัวในงาน Galaxy Unpacked 2026 และนี่คือสิ่งที่พวกเขาประทับใจมากที่สุด

เบื้องหลังความสำเร็จของสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นล่าสุดนี้ คือนวัตกรรมฮาร์ดแวร์อันล้ำสมัย ซึ่ง สตีฟ เฟเนช (Stephen Fenech) จาก Tech Guide (ประเทศออสเตรเลีย) ได้แชร์มุมมองไว้ว่า: “ประสบการณ์การพัฒนาและวิจัยสมาร์ทโฟนจอพับที่สั่งสมมาตลอด 8 รุ่น ทำให้ซัมซุงก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้บุกเบิกตลาดสมาร์ทโฟนจอพับที่กำลังเติบโตนี้ได้อย่างชัดเจน”

อะไรคือความโดดเด่นเหนือระดับของ Galaxy Z Fold8 Ultra

Galaxy Z Fold8 Ultra นำมาตรฐานระดับ “Ultra” อันเลื่องชื่อของ Galaxy มาไว้บนสมาร์ทโฟนจอพับ ด้วยพื้นที่หน้าจอขนาดใหญ่สำหรับการทำงานและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เดดีร์ อิรวัน (Dedy Irvan) จาก Jagat Review (ประเทศอินโดนีเซีย) เผยความรู้สึกต่อการดีไซน์ ว่า: “Galaxy Z Fold8 Ultra มอบประสบการณ์การใช้งานที่ใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนในตระกูล Ultra ของ Samsung มากกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ใช่เพียงชื่อ “Ultra” เท่านั้น แต่บานพับ Dual rail ที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ยังมอบสัมผัสที่แน่นหนาและพรีเมียมยิ่งกว่าเดิม โดยสามารถกางออกได้อย่างง่ายดาย ให้แรงต้านที่มั่นคงและพอดีในระหว่างการกาง และล็อกเข้าที่อย่างราบรื่นเมื่อกางออกจนสุด”

เมื่อลองใช้งานจริงในชีวิตจริง ฮุย ดึ๊ก (Huy Duc) จาก VnExpress (ประเทศเวียดนาม) แชร์ความประทับใจว่า: “นอกจากรอยพับที่แทบมองไม่เห็นแล้ว Galaxy Z Fold8 ยังมาพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ ด้วยแบตเตอรี่ที่เพิ่มเป็น 5,000 mAh ในขณะที่ตัวเครื่องบางลงกว่าเดิม พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว 45W ”

ส่วนสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ดู ลัม (Du Lam) จาก Vietnamnet (ประเทศเวียดนาม) เสริมว่า: “รุ่นนี้เป็นการผสานความยอดเยี่ยมระหว่างกล้องความละเอียด 200 ล้านพิกเซล เข้ากับการถ่ายวิดีโอ 8K และฟีเจอร์ Cine LUT เพื่อรองรับการสร้างคอนเทนต์ระดับโปรไว้บนสมาร์ทโฟนจอพับเครื่องเดียว”

Galaxy Z Fold8 เติมเต็มไลฟ์สไตล์และตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างไร?

Galaxy Z Fold8 เป็นสมาร์ทโฟน Galaxy Z Fold ที่เบาที่สุดของซัมซุงที่เคยมีมา โดยเหล่า Power User ยกนิ้วให้เรื่อง Form Factor รูปทรงใหม่ของตัวเครื่อง โดยทาง Robb Report (ประเทศมาเลเซีย) ยกย่องให้เป็น “หนึ่งในสมาร์ทโฟนที่มีรูปทรงโดดเด่นและแตกต่างที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดขณะนี้”

ขณะที่ รอดเนล ควิเทเลส (Rodneil Quiteles) จาก GadgetMatch (ประเทศฟิลิปปินส์) ชอบความสะดวกในการใช้งานจริงว่า: “Galaxy Z Fold8 ไม่ได้พยายามทำตัวเป็นสมาร์ทโฟนธรรมดาที่กางออกมาเป็นแท็บเล็ตได้ แต่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้งานจริงในทุกวัน ขณะที่ช่อง Tump Yung (ประเทศไทย) ก็มีความรู้สึกตรงกันว่า “Galaxy Z Fold8 มอบความลงตัวระหว่างประสิทธิภาพในการทำงานและความเพลิดเพลินในชีวิตประจำวันได้อย่างดี เรียกได้ว่ารู้สึกเหมือนถูกออกแบบมาเพื่อความต้องการเพื่อคนแบบเรา ๆ”

สำหรับ ซี เจีย (Si Jia) จาก Geek Culture (ประเทศสิงคโปร์) กล่าวถึงประสบการณ์การรับชมว่า: “แม้จะมาด้วยตัวเครื่องขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก แต่หน้าจอหลักอัตราส่วน 4:3 คือเป็นจุดเด่นสำคัญของ Galaxy Z Fold8 ที่ช่วยมอบประสบการณ์การรับชมคอนเทนต์แบบเต็มหน้าจอมีความเต็มอิ่มยิ่งขึ้น”

Galaxy Z Flip8 ที่ให้คุณสนุกกับการพับและกางช่วยปลดล็อกการสะท้อนตัวตนในแบบตัวเองได้อย่างไร?

Galaxy Z Flip8 ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่ทั้งคล่องตัวและสะท้อนสไตล์ของตัวเองได้อย่างลงตัว โดย เอมี ไมซูรา (Amy Maizura) จาก Amanz (ประเทศมาเลเซีย) รีวิวไว้ว่า: “Galaxy Z Flip8 บางและเบากกว่ารุ่น Flip7 แบบที่สัมผัสได้ชัด น้ำหนักที่ลดลงกับดีไซน์ที่บางเบาทำให้ถือได้ถนัดมือขึ้นมาก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว”

สมาร์ทโฟนจอพับซีรีส์เดียว ตอบโจทย์ครบ 3 สไตล์

หากคุณกำลังมองหาสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นที่เหมาะกับตัวเอง เดฟ แมคเลอด (Dave McLeod) จาก Tarmac Life (ประเทศนิวซีแลนด์) สรุปไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า: “Galaxy Z8 Series ตอบโจทย์การใช้งานแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นสายทำงานแบบมัลติทาสก์อย่าง Galaxy Z Fold8 Ultra สายเสพคอนเทนต์ที่หลงรักสัดส่วนจอของ Galaxy Z Fold8 หรือสายพกพาสะดวกคล่องตัวของ Galaxy Z Flip8 ซึ่งแต่ละรุ่นสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคุณได้อย่างลงตัว”

สามารถซื้อสมาร์ทโฟน Galaxy Z8 Series ใหม่ ได้ที่ไหนบ้าง? ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อและสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง

ระหว่าง Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Fold8 Ultra แตกต่างกันอย่างไร?

  • สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานที่แตกต่างกัน
  • Galaxy Z Fold8 Ultra เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการทำงาน ด้วยการใช้ฟีเจอร์ Multi Window ที่สามารถเปิดใช้งานหลายแอปข้างกันได้อย่างลื่นไหลบนหน้าจอหลักขนาดใหญ่ 8 นิ้ว พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh ที่รองรับการทำงานหนักได้ตลอดทั้งวัน
  • ส่วน Galaxy Z Fold8 ออกแบบมาเพื่อการเปิดรับและรับชมคอนเทนต์ มาพร้อมหน้าจอหลักอัตราส่วน 4:3 เมื่อกางออก มอบประสบการณ์การรับชมที่เต็มตายิ่งขึ้น มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,800 mAh ที่รองรับการประมวลผล AI และการสตรีมมิ่งได้ยาวต่อเนื่องไม่สะดุด

หากสมาร์ทโฟนใน Galaxy Z8 Series เกิดอุบัติเหตุหรือต้องซ่อมแซม จะได้รับความคุ้มครองไหม?

อุ่นใจได้เลยเพราะมีบริการ Samsung Care+ ที่มอบความคุ้มครองฟรี 3 เดือนแรก ทั้งบริการซ่อมแซมความเสียหายจากอุบัติเหตุอย่างรวดเร็ว การขยายเวลารับประกัน และดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองทั้งในและต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น บนระบบ One UI 9.0 ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและจัดการ Samsung Care+ ได้โดยตรงง่าย ๆ ผ่านเมนูตั้งค่าการรับประกันบนเครื่องทันที พร้อมเช็กข้อมูลประกัน เช็กเครื่องเบื้องต้น ส่งคำขอซ่อม หรือขอความช่วยเหลือระยะไกลได้ครบจบในที่เดียว

การย้ายข้อมูลจากมือถือเครื่องเก่ามายัง Galaxy Z8 Series ยากไหม?

ง่ายนิดเดียว! ด้วยฟีเจอร์ Smart Switch ใหม่ ผู้ใช้ iOS สามารถสแกน QR Code ก็ย้ายข้อมูลแบบไร้สายได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่าน (passwords) พาสคีย์ (passkeys) ประวัติการโทร การตั้งค่าการเข้าถึง ไปจนถึงข้อมูล eSIM โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่มให้วุ่นวาย

สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดของซัมซุงนอกจากสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพทั่วไปแล้ว ยังพร้อมพาคุณไปสู่เป้าหมายด้านสุขภาพและการดูแลตัวเองมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากเพียงการแสดงผลข้อมูลสุขภาพแล้วให้ผู้ใช้นำไปตัดสินใจต่อ เป็นตัวช่วยให้คำแนะนำเชิงรุกที่ให้ผู้สวมใส่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างถูกต้องและในจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยหลังจากเปิดตัว เหล่า Tech Blogger ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียได้ทดลองใช้งานจริงทั้ง Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 และนี่คือบทสรุปความประทับใจและความรู้สึกหลังใช้งานจริงของสมาร์ทวอทซ์ทั้งสองรุ่น

ประสิทธิภาพขั้นสุดของ Galaxy Watch Ultra2 คืออะไร?

Galaxy Watch Ultra2 คือสมาร์ทวอทช์ที่แข็งแกร่งที่สุดของซัมซุง ออกแบบมาเพื่อกิจกรรมกลางแจ้งสมรรถนะสูง โดย ฟิโน ยูริโอ คริสโต (Fino Yurio Kristo) จาก Detik (ประเทศอินโดนีเซีย) รีวิวว่า: “Galaxy Watch Ultra2 มาพร้อมดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมวัสดุไทเทเนียมสุดแกร่งและรองรับการใช้งานในหลากหลายสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนานขึ้น มีระบบ GPS ที่แม่นยำขึ้น และประสิทธิภาพที่ทรงพลังกว่าเดิม จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับกิจกรรมสมบุกสมบันและกิจกรรม Adventures ระยะไกล”

จัสติน ชู (Justin Choo) จาก Potions (ประเทศสิงคโปร์) พูดถึงประสิทธิภาพในการดำน้ำว่า: “Galaxy Watch Ultra รุ่นแรก ได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานแบบสมบุกสมบัน แต่ยังไม่รองรับให้ใช้สำหรับดำน้ำ ในขณะที่ Galaxy Watch Ultra2 ได้ยกระดับความสามารถด้านการดำน้ำเพิ่มขึ้นมา” สอดคล้องกับมุมมองของ เคน ชู (Ken Chu) จาก Ke En (ประเทศมาเลเซีย) ที่เสริมว่า: “Galaxy Watch Ultra2 คือเพื่อนคู่ใจที่ใช้งานได้จริงสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสำรวจโลกใต้น้ำ”

นอกเหนือจากฟีเจอร์สุดล้ำแล้ว ความสบายในการสวมใส่ก็ได้รับการอัปเกรดเช่นกัน โดยทาง Fuzz.my (ประเทศมาเลเซีย) ได้แชร์คลิปบน TikTok ว่า: “ตัวเครื่องบางลงและใส่สบายข้อมือกว่าเดิมเยอะเลย” เช่นเดียวกับ วาเลนส์ ควินน์ (Valens Quinn) จาก GadgetGuy (ประเทศออสเตรเลีย) สรุปจุดเด่นไว้ว่า: “ชิปประมวลผลที่เร็วขึ้น หน้าจอที่สว่างขึ้น และแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น ทั้งหมดนี้มาในราคาเท่าเดิมไม่มีการขึ้นราคา”

สุขภาพดีได้ทุกวัน: Galaxy Watch9 เป็นเพื่อนคู่ใจดูแลสุขภาพทุกวันได้อย่างไร?

Galaxy Watch9 ออกแบบมาให้สามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งวัน พร้อมทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่ใจดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดย ฟิโน ยูริโอ คริสโต จาก Detik (ประเทศอินโดนีเซีย) เน้นย้ำถึงการอัปเกรดครั้งสำคัญว่า: “Galaxy Watch9 ยกระดับประสบการณ์การติดตามสุขภาพในชีวิตประจำวันให้ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ซัมซุงปรับดีไซน์ตัวเครื่องให้บางลงเพื่อความสบายในการสวมใส่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยังคงความสามารถด้านการติดตามสุขภาพไว้ครบถ้วน”

ด้าน เควิน โลว์ (Kevin Low) จาก Geek Culture (ประเทศสิงคโปร์) ระบุว่านาฬิการุ่นนี้มาพร้อมฟีเจอร์สุขภาพอัจฉริยะ ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเผยว่า: “Galaxy Watch9 มีเครื่องมือให้คำแนะนำที่คอยตรวจจับสัญญาณเตือนล่วงหน้าใน 5 ด้านสำคัญ” เช่นเดียวกับ โง เจิ่น ทิญ (Ngo Tran Thinh) จาก HTV (ประเทศเวียดนาม) ที่มีความเห็นตรงกันว่า “จุดที่โดดเด่นมาก ๆ อยู่ที่การใช้ AI แปลผลสัญญาณสุขภาพให้ออกมาเป็นคำแนะนำที่มีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น”

สำหรับฟีเจอร์ใหม่อย่าง Vitals ที่ช่วยวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจ ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ (heart rate variability) อัตราการหายใจ อุณหภูมิผิวหนัง และระดับออกซิเจนในเลือดในขณะที่นอนหลับ เพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐานสุขภาพเฉพาะบุคคล และแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ ซึ่งในส่วนนี้ Izami Gadget (ประเทศมาเลเซีย) เผยความรู้สึกว่า “ฟีเจอร์สุขภาพเชิงป้องกันแบบใหม่นี้ ทำให้ Galaxy Watch9 เป็นเพื่อนคู่ใจดูแลสุขภาพในทุก ๆ วันได้จริง”

นี่คือสองทางเลือกความล้ำหน้าในการดูแลสุขภาพบนข้อมือ

ทั้งนี้ สื่อไอทีชั้นนำของไทยอย่าง Droidsans (ประเทศไทย) ได้สรุปภาพรวมของสมาร์ทวอทซ์รุ่นล่าสุดจากซัมซุงไว้ว่า: “Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 คือสมาร์ทวอทช์ที่ตอบโจทย์สายผจญภัยและคนรักสุขภาพได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon พร้อมผสานพลัง AI เพื่อให้คำแนะนำด้านสุขภาพและการออกกำลังกายได้อย่างครอบคลุม”

ฟีเจอร์สุขภาพใหม่ ๆ บน Galaxy Watch Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยช่วยแปลงข้อมูลชีวภาพที่ซับซ้อนให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่เข้าใจง่ายและปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคล เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจร่างกายตัวเองได้ดีขึ้น พร้อมลงมือดูแลตัวเองอย่างมีเป้าหมาย ทั้งเรื่องการนอนหลับ การทำกิจกรรม สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และการฟื้นฟูร่างกาย ให้ผู้สวมใส่สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพแบบองค์รวมและเลือกแนวทางดูแลสุขภาพเชิงรุกได้อย่างมั่นใจ

ระหว่าง Galaxy Watch9 และ Galaxy Watch Ultra2 แตกต่างกันอย่างไร?

  • Galaxy Watch Ultra2: ออกแบบมาสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและกีฬาสมรรถนะสูง เหมาะสำหรับสายลุยที่มองหาความทนทานแข็งแกร่งเป็นพิเศษ แบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนาน และระบบ GPD ที่แม่นยำ พร้อมพาคุณลุยไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นฝนตกหนัก ฝุ่นละออง หรือแรงดันน้ำลึกใต้ทะเล จึงตอบโจทย์ที่สุดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรม Adventure อย่างนักวิ่งเทรลและผู้รักการสำรวจโลกใต้ทะเล
  • Galaxy Watch9: ออกแบบมาเพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจด้านสุขภาพในชีวิตประจำวัน มาพร้อมฟีเจอร์สุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น Vitals, Heart Health Score, Daily Cardio Load และ Fitness Index ตอบโจทย์ผู้ที่กำลังมองหาตัวช่วยจัดการสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีได้อย่างชาญฉลาดและไร้รอยต่อ

หาก Galaxy Watch Ultra2 หรือ Galaxy Watch9 เกิดความเสียหายหรือต้องซ่อมแซม จะได้รับความคุ้มครองไหม?

Samsung Care+ มอบความคุ้มครองฟรี 3 เดือนแรก สำหรับสมาร์ทวอทช์ของคุณ พร้อมบริการซ่อมแซมอย่างรวดเร็วกรณีเกิดความเสียหายโดยอุบัติเหตุ การขยายเวลาคุ้มครอง และดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองทั้งในและต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น บนระบบ One UI 9.0 บนมือถือ Galaxy ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและจัดการ Samsung Care+ ได้โดยตรงง่าย ๆ ผ่านเมนูตั้งค่าการรับประกันบนเครื่องทันที พร้อมเช็กข้อมูลประกัน เช็กเครื่องเบื้องต้น ส่งคำขอซ่อม หรือขอความช่วยเหลือระยะไกลได้ครบจบในที่เดียว

ซื้อ Galaxy Watch เครื่องใหม่ทั้งที มีแอปพลิเคชันไหนให้ทดลองใช้ฟรีไหม?

พิเศษสุด! ผู้ที่ซื้อ Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 จะได้รับสิทธิ์ทดลองใช้งาน Strava ฟรี 60 วัน เพื่อติดตามการออกกำลังกายและเชื่อมต่อคอมมิวนิตี้ระดับโลกโดยสามารถเปิดใช้งานได้จากแอป Strava หรือแอป Samsung Health