Fortinet เผยองค์กรไทยเจอความซับซ้อนด้านไซเบอร์เพิ่มอีก ภัยคุกคาม AI มาเร็วเกินรับมือได้ทัน
Fortinet ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคี

ผลการศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็

ความซับซ้อนและภัยคุกคามจาก AI กำลังสร้างความกดดันในการดำเนิ
- ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น จากภัยคุกคามทั้งภายนอกองค์กรและความซับซ้อนภายในองค์กรเอง โดย 65% ขององค์กรระบุว่า ภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหนึ่งในความกังวลหลัก ขณะที่ 57% ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเรื่องเครื่องมือและสถาปัตยกรรมระบบที่กระจัดกระจาย รวมถึงการแจ้งเตือนที่มากเกินไป
- การดำเนินงานด้านความปลอดภัยกำลังเผชิญกับแรงกดดัน โดย 58% ขององค์กรรายงานว่าการแจ้งเตือนที่มากเกินไปทำให้แยกแยะภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงได้ยาก ขณะที่ 51% ต้องจัดการกระบวนการต่างๆ ด้วยตัวเอง
- องค์กรยังมีข้อจำกัดเรื่องความพร้อมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยองค์กร 68% มีความพร้อมในระดับปานกลาง และมีแค่ 16% เท่านั้นที่มีความพร้อมในระดับสูง
- ผลการศึกษาชิ้นนี้ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนอย่างชัดเจน เพราะความซับซ้อนไม่ใช่แค่ความท้าทายในการดำเนินงานเท่านั้น แต่กลายเป็นปัจจัยหลักที่สร้างความเสี่ยงทางไซเบอร์

การเปลี่ยนสู่แพลตฟอร์
- หลายองค์กรกำลังเร่งเปลี่ยนสู่
การใช้แพลตฟอร์มความปลอดภั ยแบบรวมศูนย์ โดยปัจจุบันมีองค์กรเพียง 31% เท่านั้นที่ใช้แพลตฟอร์ มแบบรวมศูนย์ ขณะที่คาดว่าจะมีการขยายเพิ่ มเป็น 60% ภายในช่วง 12–24 เดือนข้างหน้า - การเปลี่ยนดังกล่าวได้รับแรงผลั
กดันจากความต้ องการในการลดความซับซ้อนของเครื่ องมือ (58%) เพิ่มประสิทธิ ภาพในการผสานรวมการทำงาน (52%) และรับมือกับความซับซ้อนที่เพิ่ มขึ้นจากสภาพแวดล้อมแบบไฮบริด (49%) - แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายเหล่
านี้ แต่องค์กรก็ยังคงให้ความสำคัญกั บการยกระดับการตรวจจับภัยคุกคาม (40%) และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ (39%) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างที่ เพิ่มขึ้นระหว่างความคาดหวังด้ านความปลอดภัยและการดำเนิ นงานได้จริง - ทิศทางสำคัญของอนาคตสะท้
อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว โดยองค์กรมุ่งเน้นที่ระบบงานอั ตโนมัติในศูนย์ปฏิบัติการด้ านความปลอดภัย (SOC) การเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น และการรวมแพลตฟอร์มเพื่อยกระดั บประสิทธิภาพและรองรับการดำเนิ นงานในสเกลใหญ่

แต่ความท้าทายยังคงอยู่
- 51% ระบุว่าต้นทุนและผลกระทบที่เกิ
ดจากการย้ายระบบคืออุปสรรคสำคัญ - 46% ยังไม่มั่นใจว่าแพลตฟอร์มจะให้
ความสามารถด้านต่างๆ ได้ครอบคลุม

แม้จะมีข้อกังวลเหล่านี้ องค์กรยังคาดหวังถึงประโยชน์
- 90% ขององค์กรคาดว่าจะเห็นประสิทธิ
ภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยมากกว่า 60% คาดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพในด้ านต่างๆ ได้อย่างน้อย 10% เช่น ระยะเวลาในการตรวจจั บและตอบสนองต่อภัยคุกคาม ประสิทธิภาพการทำงานของนักวิ เคราะห์ และประสิทธิภาพโดยรวมของศูนย์ ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย (SOC)
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่

การลงทุนด้าน AI พุ่งสูง แต่ยังขาดความพร้
- AI กำลังเป็นทั้งภัยคุกคามรู
ปแบบใหม่ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่ วยเสริมประสิทธิภาพการป้องกัน โดย 83% ขององค์กรวางแผนเพิ่มงบประมาณด้ าน AI และมากกว่าครึ่งคาดการณ์ว่างบดั งกล่าวจะเพิ่มขึ้นในระดับตั วเลขสองหลัก - มากกว่า 60% คาดว่า AI จะช่วยเพิ่มความแม่
นยำในการตรวจจับ เร่งการตอบสนอง และเสริมความแข็งแกร่งให้กั บระบบความปลอดภัยโดยรวม - องค์กรยังมองว่า AI เป็นกุญแจสำคัญในการลดความซับซ้
อน โดย 58% คาดหวังให้มีการบังคับใช้ นโยบายอย่างสม่ำเสมอ 57% ต้องการควบคุมระบบได้จากศูนย์ กลาง และ 56% ต้องการลดงานที่ต้องดำเนินการด้ วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างด้านความพร้
- สภาพแวดล้อมที่กระจัดกระจาย ข้อจำกัดของระบบอัตโนมัติ และการขาดข้อมูลแบบรวมศูนย์ คืออุปสรรคขัดขวางการนำ AI มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- องค์กรจำนวนมากยังอยู่ระหว่
างการพัฒนาความสามารถพื้นฐานที่ จำเป็นต่อการนำ AI ไปใช้งานในระดับองค์กร
ประเด็นดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่

- อมีเลีย เลา หัวหน้าโครงการ Forrester Consulting กล่าวว่า “องค์กรทั่วเอเชียแปซิฟิกกำลังเผชิญกับความท้าทายสองด้าน ทั้งภัยคุกคามจาก AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และความซับซ้อนภายในองค์กรที่เพิ่มสูงขึ้น แม้การลงทุนยังคงแข็งแกร่งอยู่ แต่หลายองค์กรยังประสบปัญหาในการนำระบบรักษาความปลอดภัยไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้แนวทางรักษาความปลอดภัยในรูปของแพลตฟอร์มที่ผสานการทำงานร่วมกันจะกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มการมองเห็น ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และช่วยให้รับมือกับภัยคุกคามได้อย่างยืดหยุ่น”
- ดร.ศุภกร กังพิศดาร ผู้จัดการประจำประเทศไทยและลาว ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า “ปัจจุบัน ลูกค้าต้องรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือที่กระจัดกระจาย ข้อจำกัดด้านการมองเห็น และการแจ้งเตือนที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ยากที่จะตรวจจับและไม่สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน องค์กรต้องการนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพการทำงาน แต่ส่วนใหญ่ยังขาดโครงสร้างที่ช่วยผสานรวมระบบงาน ซึ่งที่ฟอร์ติเน็ต เรามุ่งมั่นช่วยให้องค์กรปรับสถาปัตยกรรมด้านความปลอดภัยให้เรียบง่ายขึ้น และเสริมความยืดหยุ่นในการรับมือภัยคุกคาม ด้วยแนวทางของแพลตฟอร์มรักษาความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ที่ผสานการมองเห็น ให้ระบบอัตโนมัติ และระบบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI อยู่ในแพลตฟอร์มเดียว”
- ดร.รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิศวกรรมระบบ ประจำประเทศไทยและลาว ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า “องค์กรต่างๆ ล้วนคาดหวังอย่างยิ่งว่า AI จะช่วยยกระดับการดำเนินงานด้านความปลอดภัย ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับ ตลอดจนช่วยเร่งการตอบสนองต่อภัยคุกคามได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม AI จะให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อทำงานบนโครงสร้างที่ผสานรวมการทำงานได้ดี ซึ่งหากขาดการมองเห็นข้อมูลแบบรวมศูนย์และการเชื่อมโยงของข้อมูลในสภาพแวดล้อมทั้งหมด อาจทำให้ AI ยิ่งเพิ่มความซับซ้อน แทนที่จะช่วยลดความซับซ้อนลง ดังนั้นการผสานรวมระบบคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ AI สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร และให้ผลลัพธ์เรื่องความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง
