ชิป AI ขาดแคลน! ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น iPhone 18 Pro ราคาเปิดตัวอาจขยับขึ้นจากเดิมเกือบ 10,000 บาท!
Apple กับมรสุมต้นทุนชิ้นส่วนพุ่งกระฉูด จากบทสัมภาษณ์พิเศษของ Tim Cook ซีอีโอ Apple กับสื่อระดับโลกอย่าง The Wall Street Journal (WSJ) ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการไอที โดยยอมรับว่าวิกฤต “Memory Famine” (ภาวะชิปหน่วยความจำขาดแคลน) จากกระแส AI ทำให้ Apple แบกรับต้นทุนไม่ไหวจนต้องปรับขึ้นราคา Mac และ iPad ทั่วโลกไปแล้ว 15% – 25% และคิวต่อไปที่เลี่ยงไม่ได้คือ iPhone 18 Pro โดยมีสมการตัวเลขและรายละเอียดเชิงลึก ดังนี้

iPhone 18 Pro อาจเริ่มต้นที่ $1,399 จากเดิม $1,099 เรียกได้ว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 10,000 บาท เลยทีเดียว สถาบันวิจัยด้านซัพพลายเชนระดับโลก TechInsights ได้คำนวณต้นทุนชิ้นส่วน (Bill of Materials) เปรียบเทียบระหว่างรุ่นปัจจุบันกับ iPhone 18 Pro ที่กำลังจะมาถึง พบตัวเลขที่น่าตกใจดังนี้
ต้นทุนแรม (DRAM 12GB) เดิมในรุ่น iPhone 17 Pro ทาง Apple จ่ายอยู่ที่ประมาณ $39 (ราว 1,400 บาท) แต่ในรุ่น iPhone 18 Pro ต้นทุนถูกคาดการณ์ว่าจะพุ่งกระฉูดถึง 4 เท่า ไปอยู่ที่ $145 (ราว 5,300 บาท) และต้นทุนความจุเครื่อง (NAND Flash 256GB) ขยับจาก $13 (ราว 433 บาท) พุ่งขึ้นไปเป็น $51 (ราว 1,800 บาท)
ต้นทุนชิ้นส่วนอื่นๆ และค่าประกอบ อยู่ที่ประมาณ $530 (ราว 17,691 บาท) รวมถึงโมดูลกล้องใหม่ระบบรูรับแสงอัจฉริยะ (Variable-Aperture) ที่นักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo ระบุว่าแพงขึ้นกว่าเดิมถึง 50% เท่ากับว่าต้นทุนการผลิตหน้าโรงงาน (BOM Cost) ของ iPhone 18 Pro รุ่นเริ่มต้น จะดีดตัวสูงขึ้นจากเดิม $582 (ราว 19,427 บาท) พุ่งเป็น $726 (ราว 24,233 บาท) เพิ่มขึ้นทันที 25%
ทำให้คาดว่า Apple จะต้องปรับขึ้นราคา iPhone 18 Series เพื่อรักษากำไร ปกติแล้ว Apple มีอัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์กลุ่ม iPhone Pro Series อยู่ที่ประมาณ 47% เมื่อต้นทุนรวมดีดไปสูงขนาดนี้ ทำให้หาก Apple ต้องการรักษากำไรเท่าเดิม ราคาขายปลีกตามทฤษฎีจะต้องตั้งไว้ที่ $1,371 (ราว 45,763 บาท) ซึ่งก็คาดว่าสุดท้าย Apple จะตั้งราคาของ iPhone 18 Pro ใว้ที่ $1,399 (ราว 46,698 บาท) ขยับขึ้นจากรุ่นที่แล้วเยอะเลยนะครับ สำหรับรุ่นความจุเริ่มต้น

อย่างที่ทราบกันวิกฤต “Memory Panic” จะกินระยะเวลายาวนานครับ อย่างน้อยก็อีก 2 ปี ด้วยกระแสความนิยมของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ค่ายเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั่วโลก (เช่น Microsoft, Google, Meta) กำลังสร้างและขยายศูนย์ข้อมูล AI อย่างบ้าคลั่ง ซึ่งศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ยอมทุ่มเงินจ่ายไม่อั้นเพื่อซื้อชิปหน่วยความจำความเร็วสูงอย่าง HBM (High Bandwidth Memory) จากผู้ผลิตหลักอย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron เมื่อชิปเซิร์ฟเวอร์ AI ให้กำไรดีกว่าหลายเท่า ผู้ผลิตชิปจึงสั่งลดกำลังการผลิตชิปหน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์ทั่วไป (Consumer DRAM/NAND) ส่งผลให้เกิดสภาวะชิปขาดตลาดและราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำหรับ Apple ฟีเจอร์ AI บนอุปกรณ์ของ Apple บังคับให้ iPhone 18 ทุกรุ่น (รวมถึงรุ่นธรรมดา) ต้องอัปเกรดมาใช้แรมขั้นต่ำ 12GB เป็นมาตรฐาน นั่นแปลว่า Apple ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกว้านซื้อแรมปริมาณมหาศาลท่ามกลางวิกฤตราคาแพงนี้ โดย Tim Cook กล่าวในบทสัมภาษณ์ว่า “เราพยายามรองรับต้นทุนเหล่านี้เพื่อไม่ให้กระทบต่อลูกค้ามาโดยตลอด แต่ในปัจจุบันผู้ผลิตหน่วยความจำผลักภาระราคาที่เพิ่มขึ้นมาให้เรามากเกินไป จนสถานการณ์ในตอนนี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืนอีกแล้ว”

อย่างไรก็ตาม Apple พยายามหาทางออกโดยการนำเงินสดสำรองในบริษัทไปเจรจาดีลระยะยาวเพื่อล็อกราคาชิป รวมถึงมีข่าวลือว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า Apple ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ Intel เพื่อเริ่มผลิตชิปคอมพิวเตอร์ในสหรัฐฯ เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในอนาคต
วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่ Apple เท่านั้น เพราะแบรนด์ไอทีชั้นนำอย่าง Dell, HP รวมถึง ค่ายคู่แข่งอย่าง Samsung ก็เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาขึ้นในสมาร์ตโฟนตระกูล Galaxy S26 แล้วเช่นกันครับ
และคาดว่า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max รวมถึงรุ่นที่ลือกันอย่าง iPhone Fold จะเปิดตัวในเดือนกันยายน 2026 และรุ่นเริ่มต้นอย่าง iPhone 18, iPhone 18e จะเปิดตัวต้นปี 2027 ต้องมารอดูกันครับ
เริ่มต้นที่มา The Wall Street Journal (WSJ)
iPhone 17 Pro Max ช่องทางการซื้อ https://s.lazada.co.th/s.ZSsOnF?c=c&t=p-i6P2CB0-sRHcJlX และ https://s.shopee.co.th/9fIq22uHVQ

