ประชาสัมพันธ์

Xiaomi วางจำหน่าย Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition และ Redmi Note 14 สี Sand Gold พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AIoT ใหม่มากมาย

เสียวหมี่ ประเทศไทย ประกาศวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition และ Redmi Note 14 สีใหม่สี Sand Gold อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมจัดโปรโมชันพิเศษสำหรับสมาร์ทโฟน Redmi Note 14 Series ทุกรุ่นในระหว่างวันที่ 20 มิถุนายน 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2568

Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition มาพร้อมดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีลายเซ็นของแบมแบม กันต์พิมุกต์ บนฝาหลังและตัวเครื่องสีพิเศษสีใหม่ที่จะทำให้ Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition นั้นยิ่งโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทั้งนี้นอกจากดีไซน์ที่ลิมิเต็ดแล้วตัวอุปกรณ์ยังให้คุณปังทุกช็อต เป๊ะด้วย AI ด้วยกล้องความละเอียด 200MP และฟีเจอร์ Advanced AI มากมายที่จะให้คุณสร้างสรรค์ภาพถ่ายในแบบของคุณได้อย่างเพลิดเพลิน และยังให้คุณใช้งานได้อย่างราบรื่นด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300-Ultra พร้อมความทนทานรอบด้านไม่ว่าจะเป็นการทนต่อฝุ่นและน้ำตามมาตรฐาน IP68 การทนต่อรอยขีดข่วนจาก Corning® Gorilla® Glass Victus® 2 และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5110mAh ที่รองรับการใช้งานในทุกรูปแบบได้ตลอดวัน

Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition รุ่นความจุ 12GB+256GB วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 10,990 บาท (จากราคาปกติ 11,990 บาท) ที่ Xiaomi Store เท่านั้น พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition ในระหว่างวันที่ 20 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 รับฟรีหูฟัง Redmi Buds 6, กระเป๋า XFF Sport Bag, ประกันตัวเครื่อง 24 เดือน และประกันหน้าจอแตก (เปลี่ยน ครั้ง ภายใน เดือน) มูลค่ารวม 12,780 บาท

Redmi Note 14 วางจำหน่ายสีใหม่สี Sand Gold ที่ให้ความรู้สึกหรูหราในทุกการสัมผัส ทั้งยังให้คุณสนุกไปกับทุกการถ่ายภาพด้วยระบบกล้อง AI ความละเอียด 108MP และฟีเจอร์การแต่งรูป AI อย่าง AI Sky and AI Erase ที่ทำให้การสลับพื้นหลังหรือการลบสิ่งที่ไม่ต้องการเป็นเรื่องง่าย Redmi Note 14 สี Sand Gold มาพร้อมชิปเซ็ต MediaTek Helio G99-Ultra ที่เร็วแรงโดยมอบประสิทธิภาพที่ราบรื่นและตอบสนองได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5500mAh และการชาร์จเทอร์โบ 33W ที่จะช่วยให้คุณใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน รวมไปถึง การปกป้องขั้นสุดด้วยกระจก Corning® Gorilla® Glass 5

Redmi Note 14 สี Sand Gold รุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 5,999 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Redmi Note 14 สี Sand Gold ในระหว่างวันที่ 17 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 รับฟรีกระเป๋า Redmi Note 14 Series Hologram Bag, ประกันตัวเครื่อง 24 เดือน และประกันหน้าจอแตก (เปลี่ยน 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือน) มูลค่ารวม 5,490 บาท

นอกจากนี้ เสียวหมี่ ประเทศไทย ยังมอบโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟน Redmi Note 14 Series ซึ่งประกอบด้วย Redmi Note 14 Pro+ 5G, Redmi Note 14 Pro 5G, Redmi Note 14 5G และ Redmi Note 14 ในระหว่างวันที่ 20 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

  • Redmi Note 14 Pro+ 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Lavender Purple, Frost Blue และ Midnight Black วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 12,990 บาท (จากราคาปกติ 14,990 บาท) รับฟรีหูฟัง Redmi Buds 6, ประกันตัวเครื่อง 24 เดือน และประกันหน้าจอแตก (เปลี่ยน 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือน) มูลค่ารวม 12,590 บาท
  • Redmi Note 14 Pro 5G รุ่นความจุ 12GB+256GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Midnight Black, Lavender Purple และ Coral Green วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 10,990 บาท (จากราคาปกติ 11,990 บาท) รับฟรีหูฟัง Redmi Buds 6, ประกันตัวเครื่อง 24 เดือน และประกันหน้าจอแตก (เปลี่ยน 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือน) มูลค่ารวม 11,790 บาท
  • Redmi Note 14 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Midnight Black, Lavender Purple และ Coral Green โดยรุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 7,499 บาท (จากราคาปกติ 7,999 บาท) และรุ่นความจุ 12GB+512GB วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 9,499 บาท (จากราคาปกติ 9,999 บาท) รับฟรีกระเป๋า Redmi Note 14 Series Hologram Bag, ประกันตัวเครื่อง 24 เดือน และประกันหน้าจอแตก (เปลี่ยน 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือน) มูลค่ารวม 7,490 บาท
  • Redmi Note 14 รุ่นความจุ 8GB+256GB มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Midnight Black, Mist Purple, Lime Green และสีใหม่สี Sand Gold วางจำหน่ายในราคา 5,999 บาท รับฟรีกระเป๋า Redmi Note 14 Series Hologram Bag, ประกันตัวเครื่อง 24 เดือน และประกันหน้าจอแตก (เปลี่ยน 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือน) มูลค่ารวม 5,490 บาท

นอกจากนี้ เสียวหมี่ ประเทศไทย ยังร่วมกับ เอสจี แคปปิตอล ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน Redmi Note 14 Series ด้วยโปรแกรม SG Finance+ สมัครง่าย ผ่อนสบาย อนุมัติไว ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ได้แล้ววันนี้ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ โดยดาวน์เริ่มต้น 20% และผ่อนสูงสุด 24 เดือน

เสียวหมี่ ประเทศไทย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AIoT รุ่นใหม่ อาทิ แท็บเล็ต Redmi Pad 2 Series, ตู้เย็น Mijia Refrigerator Cross Door 510L, เครื่องซักผ้า Mijia Front Load Washer Dryer 10.5kg, หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Xiaomi Robot Vacuum H40 และ Xiaomi Robot Vacuum S40 Series, ทีวีอัจฉริยะ Xiaomi TV A Pro Series 2026 และ Xiaomi TV A Series 2026, จอมอนิเตอร์ Xiaomi 4K Monitor A27Ui, พาวเวอร์แบงค์ Xiaomi Power Bank 20000 (Integrated Cable) และ Xiaomi 33W Magnetic Power Bank 10000 (Integrated Cable), กล้องวงจรปิด Xiaomi Smart Camera C100 และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมายเพื่อยกระดับการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทไลฟ์ของคุณขึ้นไปอีกขั้น

แท็บเล็ต Redmi Pad 2 Series

Redmi Pad 2 Series เป็นแท็บเล็ตสำหรับคนรักความบันเทิงและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันที่ราคาเข้าถึงง่าย ประกอบด้วย Redmi Pad 2 และ Redmi Pad 2 4G โดย Redmi Pad 2 Series มาพร้อมหน้าจอความละเอียดสูง แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน ประสิทธิภาพอันทรงพลัง และใช้ระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 2 เวอร์ชันล่าสุด มอบประสบการณ์ความบันเทิงในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มอิ่ม

Redmi Pad 2 Series ให้จอแสดงผลขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ที่ให้รายละเอียดคมชัดและสีสันสดใสเหมาะสำหรับการดูวิดีโอ เล่นเกม หรือท่องเว็บ ด้วยความหนาแน่นของพิกเซล 274 ppi และอัตราการรีเฟรช 90Hz ภาพจะยังคงลื่นไหลแม้ในฉากที่เคลื่อนไหวเร็ว นอกจากนี้ผู้ใช้ยังมั่นใจได้ถึงความสบายตาและการปกป้องสายตาด้วยการรับรองการป้องกันแสงสีฟ้าจาก TÜV Rheinland Low Blue Light (Software Solution) การปราศจากการกระพริบ TÜV Rheinland Flicker-Free และการเป็นมิตรทางชีวภาพตลอดทั้งวันกับผู้ใช้งาน TÜV Rheinland Circadian Friendly พร้อมการหรี่แสง DC เพื่อลดความเมื่อยล้าของดวงตาอีกด้วย นอกจากนี้ Redmi Pad 2 Series ยังให้คุณใช้งานตลอดวันด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 9000mAh (typ) และขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ MediaTek Helio G100-Ultra อันทรงพลังและรองรับระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS ประสิทธิภาพสูงที่จะช่วยให้คุณนั้นใช้งานได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าคุณจะใช้อุปกรณ์ทำงานหรือเพื่อความบันเทิงก็ตาม นอกจากนี้ตัวอุปกรณ์ยังให้คุณดื่มด่ำไปกับความบันเทิงอย่างเต็มอิ่มด้วยลำโพงสี่ตัวที่รองรับ Dolby Atmos® อีกด้วย สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการเชื่อมต่อระหว่างเดินทาง Redmi Pad 2 4G มอบประสบการณ์ความบันเทิงเช่นเดียวกัน โดยรองรับการใช้งานซิมคู่และการเชื่อมต่อ 4G พร้อมกันทั้งสองซิม (Dual SIM dual 4G) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ได้ทุกที่ทุกเวลา

แท็บเล็ต Redmi Pad 2 พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Graphite Gray และ Mint Green โดยรุ่นความจุ 6GB + 128GB วางจำหน่ายในราคา 5,999 บาท

เฉพาะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม mi.com, Lazada, Shopee และ TikTok Shop และรุ่นความจุ 8GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 6,999 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม mi.com, Lazada, Shopee และ TikTok Shop พิเศษ! เฉพาะลูกค้าที่ซื้อ Redmi Pad 2 รุ่นความจุ 8GB + 256GB ในระหว่างวันที่ 20 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 รับฟรี Redmi Pad 2 Cover มูลค่า 599 บาท

สำหรับแท็บเล็ต Redmi Pad 2 4G จะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

ตู้เย็น Mijia Refrigerator Cross Door 510L

ตู้เย็น Mijia Refrigerator Cross Door 510L สามารถเก็บรักษาความสดไว้ได้อย่างดีเยี่ยมด้วยโซนอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ไม่ว่าจะเป็นโซน i Fresh ที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ –1°C ถึง 5°C4 เพื่อการเก็บอาหารหลากหลายประเภทได้อย่างเหมาะสมและคงไว้ซึ่งความสดใหม่อยู่เสมอ ในขณะที่เทคโนโลยี Ag+ Fresh ที่ขับเคลื่อนด้วยโมดูลไอออนเงิน (silver ion modules) จะช่วยยับยั้งแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 99.99% พร้อมทั้งขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้ภายในตู้เย็นนั้นสะอาดสดชื่นอยู่เสมอ5 และด้วยพื้นที่ความจุที่ใหญ่ถึง 510 ลิตร คุณจึงสามารถปรับเปลี่ยนการเก็บอาหารในโซนต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ตู้เย็นยังมาพร้อมโหมดอัจฉริยะต่างๆ เช่น Auto, Super Cool และ Super Freeze ที่จะให้คุณสามารถปรับการทำงานให้เข้ากับการใช้งานในแต่ละสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วเพื่อการรักษาคุณภาพของอาหารไว้ได้อย่างดีที่สุ

ตู้เย็น Mijia Refrigerator Cross Door 510L มีการควบคุมอัจฉริยะโดยมีระบบ Wi-Fi ในตัวจึงรองรับการปรับอุณหภูมิ การสลับโหมดการทำงานจากระยะไกล และการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ผ่านแอป Xiaomi Home นอกจากนี้คุณยังสามารถผสานการทำงานของตู้เย็นเข้ากับระบบสมาร์ทโฮมเพื่อทำการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA และระบบตรวจสอบตนเอง (self-diagnosis) ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจว่าตู้เย็นจะทำงานอย่างเสถียรและใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะจะทำการแจ้งเตือนเมื่อคุณเปิดประตูตู้เย็นค้างไว้นานเกิน นาทีเพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน และยิ่งไปกว่านั้นตัวตู้เย็นยังรองรับการควบคุมแบบแฮนด์ฟรีผ่าน Google Assistant จึงช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งปรับอุณหภูมิด้วยเสียงได้อย่างง่ายดาย ตู้เย็น Mijia Refrigerator Cross Door 510L ใช้ระบบอินเวอร์เตอร์คู่ (dual inverter) จึงสามารถทำงานได้อย่างเสถียร ประหยัดพลังงานและรักษาระดับเสียงให้เงียบ และตู้เย็นยังมีแผงควบคุมแบบสัมผัสด้านหน้าที่จะช่วยให้คุณสามารถตั้งค่าอุณหภูมิแต่ละโซนและเลือกโหมดการทำงานได้อย่างง่ายดายและแม่นยำอีกด้วย

ตู้เย็น Mijia Refrigerator Cross Door 510L วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วในราคา 18,990 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

ทีวีอัจฉริยะ Xiaomi TV A Pro Series 2026 และ Xiaomi TV A Series 2026

ทีวีอัจฉริยะ Xiaomi TV A Pro Series 2026 รุ่นขนาดจอ 75”, 65”, 55” และ 43” มาพร้อมความละเอียดระดับ 4K UHD ด้วยเทคโนโลยี QLED ที่ให้สีสันสดใสและรายละเอียดสมจริง รองรับ HDR10+ ในขณะที่ Xiaomi TV A Series 2026 รุ่นขนาดจอ 65”, 55” และ 43” มาพร้อมจอถนอมสายตาความละเอียดระดับ 4K UHD โดยทั้ง Xiaomi TV A Pro Series 2026 และ Xiaomi TV A Series 2026 ยังให้ประสิทธิภาพเสียงที่ดีเยี่ยมโดยมาพร้อมลำโพงคู่ขนาด 10 วัตต์ และเทคโนโลยีเสียง Xiaomi Sound ที่รองรับ Dolby Audio, DTS-X และ DTS Virtual:X เพื่อประสบการณ์เสียงที่สมจริงและเต็มอรรถรสแบบโรงภาพยนตร์ ใช้หน่วยประมวลผล Quad-core A55 พร้อมด้วย RAM ขนาด 2GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 8GB โดยทำงานบนระบบ Google TV™ มี Google Assistant ในตัว และยังรองรับ Google Cast, Miracast และ Apple AirPlay ช่วยให้สามารถสตรีมเนื้อหาได้อย่างราบรื่นจากอุปกรณ์หลากหลายประเภท นอกจากนี้ยังมาพร้อม Wi-Fi แบบดูอัลแบนด์ (2.4GHz/5GHz) และ Bluetooth 5.0 เพื่อการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว เสถียร และง่ายดายกับอุปกรณ์ไร้สายอื่นๆ อีกทั้งยังรองรับระบบออกอากาศ DVB-T2/C และ DVB-S2 เพื่อการรับชมช่องจากทีวีภาคพื้นดิน เคเบิล และดาวเทียมได้อย่างครบถ้วน

ทีวีอัจฉริยะ Xiaomi TV A Pro Series 2026 วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว โดยมีขนาดหน้าจอให้เลือก ขนาด ได้แก่ 75”, 65”, 55” และ 43”

  • Xiaomi TV A Pro 43 2026 วางจำหน่ายในราคา 8,990 บาท เฉพาะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม mi.com, Lazada, Shopee และ TikTok Shop
  • Xiaomi TV A Pro 55 2026 วางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท เฉพาะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม mi.com, Lazada, Shopee และ TikTok Shop
  • Xiaomi TV A Pro 65 2026 วางจำหน่ายในราคา 18,990 บาท เฉพาะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม mi.com, Lazada, Shopee และ TikTok Shop
  • Xiaomi TV A Pro 75 2026 วางจำหน่ายในราคา 23,990 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

ทีวีอัจฉริยะ Xiaomi TV A Series 2026 วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว โดยมีขนาดหน้าจอให้เลือก ขนาด ได้แก่ 65”, 55” และ 43” ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

  • Xiaomi TV A 43 2026 วางจำหน่ายในราคา 7,990 บาท
  • Xiaomi TV A 55 2026 วางจำหน่ายในราคา 11,490 บาท
  • Xiaomi TV A 65 2026 วางจำหน่ายในราคา 16,590 บาท

จอมอนิเตอร์ Xiaomi 4K Monitor A27Ui

จอมอนิเตอร์ Xiaomi 4K Monitor A27Ui ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้หน้าจอในระดับมืออาชีพ โดยมาพร้อมหน้าจอ IPS ระดับพรีเมียมขนาด 27 นิ้ว ด้วยมุมมองที่กว้างถึง 178o ด้วยความชัดระดับ 4K UHD ความละเอียด 3840 x 2160 ความแม่นยำของสีที่สูงถึง E <1 รวมไปถึงขอบเขตสีแบบคู่ DCI-P3 95% ความลึกของสี 10 บิต และนำเสนอสีสันอันน่าประทับใจ 1.07 พันล้านเฉดสี จึงทำให้สามารถถ่ายทอดสีออกมาได้อย่างเที่ยงตรง มีชีวิตชีวาและไล่เฉดสีได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ตัวอุปกรณ์ยังทำการจับคู่สีระหว่างหน้าจอได้อย่างเที่ยงตรงและคมกริบจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้แก้ไขภาพหรือการออกแบบที่จำเป็นจะต้องเจาะลึกในทุกรายละเอียด

ทั้งนี้ตัวอุปกรณ์ยังอำนวยความสะดวกให้คุณใช้งานกับอุปกรณ์อื่นได้ง่ายมากยิ่งขึ้นด้วยพอร์ต USB-C อเนกประสงค์ที่รองรับการเชื่อมต่อครบจบในสายเดียวในการชาร์จและส่งข้อมูลระหว่างแล็ปท็อปและจอภาพของคุณ รวมไปถึงการชาร์จย้อนกลับได้สูงสุด 90W อีกด้วย และสะดวกยิ่งขึ้นไปอีกด้วยฟีเจอร์ USB Hub ในตัวที่ให้คุณใช้พอร์ตที่หลากหลายเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกเช่น เมาส์หรือไดร์ฟ USB เพื่อช่วยลดภาระบนแล็ปท็อปของคุณอีกด้วย จอมอนิเตอร์ Xiaomi 4K Monitor A27Ui ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานทุกรูปแบบโดยตัวขาตั้งสามารถปรับได้แบบอเนกประสงค์ ไม่ว่าคุณจะต้องการหมุนหรือปรับให้เหมาะกับสรีระหรือการใช้งานของคุณแบบใดก็สามารถทำได้ตามต้องการ ยิ่งไปกว่านั้นตัวอุปกรณ์ยังช่วยถนอมสายตาของคุณเพื่อการใช้งานที่ยาวนานด้วยการรับรองมาตราฐานแสงสีฟ้าต่ำจาก TÜV พร้อมการหรี่แสง DC คุณจึงใช้งานได้อย่างสบายตาตลอดวัน

จอมอนิเตอร์ Xiaomi 4K Monitor A27Ui วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วในราคา 9,590 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

พาวเวอร์แบงค์ Xiaomi 33W Magnetic Power Bank 10000 (Integrated Cable)

Xiaomi 33W Magnetic Power Bank 10000 (Integrated Cable) มีโหมดการชาร์จ รูปแบบเพื่อตอบโจทย์การชาร์จของคุณ ได้แก่ การชาร์จแบบมีสายความเร็วสูงสุด 33W, การชาร์จไร้สายแบบแม่เหล็ก ให้กำลังไฟสูงสุด 7.5W, การชาร์จแบบมีสายและไร้สายพร้อมกันโดยสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้พร้อมกันสูงสุด 3 เครื่อง และการชาร์จตัวเองแบบผ่านสายความเร็วสูงสุด 30W โดยอุปกรณ์ให้แบตเตอรี่ขนาด 5000mAh จำนวน 2 ก้อน รวมความจุแบตเตอรี่เทียบเท่า 10000mAh เพื่อการใช้งานที่เพียงพอตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ อุปกรณ์ยังมีดีไซน์ฝาหลังแบบผิวด้านเพื่อให้ผิวสัมผัสนุ่มมือและลดรอบขีดข่วน ทั้งยังมีขนาดกระทัดรัดทำให้พกพาได้อย่างสะดวก

Xiaomi 33W Magnetic Power Bank 10000 (Integrated Cable) วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วในราคา 1,190 บาท เฉพาะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม mi.com, Lazada, Shopee และ TikTok Shop

นอกจากนี้ เสียวหมี่ ประเทศไทย ยังวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ AIoT ใหม่อื่นๆ อาทิ

  • พาวเวอร์แบงค์ Xiaomi Power Bank 20000 (Integrated Cable) ราคา 799 บาท เฉพาะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม mi.com, Lazada, Shopee และ TikTok Shop
  • กล้องวงจรปิด Xiaomi Smart Camera C100 ราคา 859 บาท เฉพาะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม mi.com, Lazada, Shopee และ TikTok Shop

สำหรับผลิตภัณฑ์ AIoT เพิ่มเติมอื่นๆ ได้แก่ เครื่องซักผ้า Mijia Front Load Washer Dryer 10.5kg, หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Xiaomi Robot Vacuum H40, Xiaomi Robot Vacuum S40 และ Xiaomi Robot Vacuum S40C จะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

ช่องทางการซื้อ https://s.shopee.co.th/8ztZOKu4LU และ https://s.lazada.co.th/s.COb8E?cc