Gartner คาดการณ์ว่าการประมวลผล AI ระดับองค์กรขนาดใหญ่ จะยังไม่รันบนฮาร์ดแวร์ควอนตัมจนถึงปี 2571
การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทให้คำปรึกษาและวิจัยข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เผยว่านับจากนี้ไปจนถึงปี พ.ศ. 2571 จะยังไม่มีเวิร์กโหลด AI ระดับองค์กรขนาดใหญ่ที่รันบนฮาร์ดแวร์ควอนตัม โดย Classical Accelerated AI หรือ ระบบ AI บนคอมพิวเตอร์ดั้งเดิมที่เร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์พิเศษจะยังเป็นผู้นำในทุกดัชนีชี้วัดด้านประสิทธิภาพการทำงานจริง

ชิรัค เดกาเต้ (Chirag Dekate) รองประธานนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ กล่าวว่า “โซลูชัน “Quantum AI” ที่ผู้ให้บริการเทคโนโลยีในตลาดกำลังเสนอขายอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นเพียงเทคโนโลยีไฮบริดหรืออัลกอริทึมที่ประยุกต์ใช้แนวคิดแบบควอนตัมเท่านั้น ไม่ใช่เทคโนโลยี Quantum-native AI ที่พร้อมรองรับการทำงานในระดับองค์กร เทคโนโลยีระบบประมวลผลควอนตัมที่แท้จริงยังคงห่างไกลจากการนำมาใช้จริงในระบบ AI เชิงพาณิชย์ และคาดว่าจะยังไม่พร้อมใช้งานตลอดช่วงทศวรรษนี้ อีกทั้งในปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่ได้รับการรับรองใด ๆ ที่ยืนยันได้ว่าควอนตัมคอมพิวติ้งสามารถสร้างความได้เปรียบเชิงประสิทธิภาพในการประมวลผล AI ระดับองค์กรได้จริง”
ปัญญาประดิษฐ์ควอนตัมหรือ Quantum AI หมายถึงเทคนิค AI หรือเทคโนโลยี Machine Learning (ML) ที่ต้องใช้การประมวลผลบนฮาร์
การพัฒนาควอนตัมคอมพิวติ้งให้มี

ในวงการเทคโนโลยีปัจจุบันคำว่า Quantum AI มักถูกนำมาใช้ปะปนกับเทคโนโลยี
- หากเริ่มจาก Classical AI หรือ AI เช่น Deep Learning, Transformers และ Reinforcement Learning ที่รันบน CPUs, GPUs หรือ TPUs ทั้งหมด ซึ่งเป็นเครื่องมือเดียวในปัจจุบันที่พร้อมใช้งานจริง และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ให้กับภาคธุรกิจได้อย่างชัดเจน
- ขณะที่ Quantum-inspired AI คือการนำแนวคิดคำนวณแบบควอนตัมมาเขียนเป็นโปรแกรม แต่ยังคงรันอยู่บนคอมพิวเตอร์ธรรมดา เทคนิคนี้เริ่มเข้ามาช่วยภาคธุรกิจแก้โจทย์การคำนวณที่ซับซ้อนแล้ว เช่น การจัดสรรระบบขนส่ง หรือการจำลองสถานการณ์ทางธุรกิจ โดยที่องค์กรไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมราคาแพงเลยแม้แต่น้อย
- ส่วน Hybrid Quantum-Classical คือระบบลูกครึ่งที่ดึงชิปควอนตัมขนาดเล็กมาทำงานร่วมกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์แบบเดิม (High-Performance Computing-HPC) ซึ่งปัจจุบันยังคงจำกัดอยู่ในกลุ่มงานวิจัยและโครงการนำร่องเท่านั้น ยังไม่พร้อมนำมาใช้ในระบบปฏิบัติการหลักขององค์กร

การที่ผู้ให้บริการเทคโนโลยี
การโหมกระแสการจับคู่กั
จากข้อจำกัดดังกล่าว การ์ทเนอร์คาดว่าเทคโนโลยี

แยกงบประมาณ Quantum ออกจากงบ AI
งบ R&D ด้านควอนตัมและโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ใช้งานจริง มีกรอบระยะเวลา ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจต่อหน่
“การจัดสรรงบประมาณรวมกันระหว่

เพื่อให้องค์กรได้รับประโยชน์สู
- ดึงเทคนิค “Quantum-inspired” มาปลั๊กอินกับระบบ AI เดิมที่มีอยู่: องค์กรควรมุ่งเน้นการใช้งานอั
ลกอริทึมที่นำแนวคิดควอนตั มมาปรับใช้ (Quantum-inspired) บนโครงสร้างพื้นฐาน GPU ยุคปัจจุบัน แทนที่จะรีบร้อนลงทุนในฮาร์ ดแวร์ควอนตัมโดยตรง ทั้งในงานด้ านการประมวลผลคำนวณซับซ้อน (Optimization), GenAI, พีชคณิตเชิงเส้น ไปจนถึง Reinforcement Learning เนื่องจากระบบดั้งเดิมนี้ สามารถให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกั น โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุน ความซับซ้อน หรือความเสี่ยงจากเทคโนโลยีที่ ยังไม่มั่งคง - กำหนดเกณฑ์การยุติโครงการนำร่
องและหยุดตามเกมการตลาดของผู้ ให้บริการ: ทุกโครงการนำร่อง (Pilot Project) ด้านควอนตัมต้องเริ่มด้ วยการกำหนด KPI สำเร็จที่ชัดเจน มีระบบ AI ดั้งเดิมเป็นเกณฑ์เปรียบเที ยบประสิทธิภาพ (Benchmark) และระบุเงื่อนไขการยกเลิ กโครงการไว้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้การทดลองที่ ไร้จุดหมายสิ้นสุดสู บผลาญงบประมาณองค์กรไปเปล่ าประโยชน์
โฟกัสตัวเลขความก้าวหน้าที่แท้
