ประชาสัมพันธ์

TECNO POVA 8 Series โดดเด่นด้วยดีไซน์ไฟหลัง D.I.Y. Matrix Dot ยอดขายทะลุเป้า ขึ้นแท่นตัวเลือกยอดฮิตของคนยุคใหม่

หลังวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 TECNO POVA 8 Series ทั้ง TECNO POVA 8 Pro 5G และ TECNO POVA 8 5G กระแสตอบรับดีเกินคาด กวาดยอดขายในกลุ่มมือถือระดับกลาง (Mid-range) ขึ้นแท่นตัวเลือกยอดฮิตของคนกลางคืนยุคนี้ พูดได้เต็มปากว่ามาถูกทางสำหรับ TECNO เพราะหลังจากปล่อย TECNO POVA 8 Series ลงสนามจริงกระแสตอบรับก็ดีเกินคาด ทั้งยอดสั่งซื้อและความสนใจจากผู้บริโภคในตลาดมือถือระดับกลางที่พุ่งแรงต่อเนื่อง กลายเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตลาดตอนนี้ ไม่ใช่แค่เพราะดีไซน์เท่ที่ตอบโจทย์คอนเซ็ปต์ “Alive at Night ยิ่งมืด ยิ่งโดดเด่น” ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการตีตลาดสมาร์ตโฟน โดยหลังจากเปิดตัว บรรยากาศในวันรับเครื่องจากหน้าร้านตัวแทนจำหน่าย พร้อมกิจกรรมมากมายในวัน First Sale  เป็นไปอย่างคึกคักยิ่งตอกย้ำกระแสของ POVA  8 Series ได้เป็นอย่างดี

TECNO POVA 8 Pro 5G ตัวท็อปที่ลูกค้าแย่งกันจอง

ต้องยอมรับว่ารุ่นใหญ่ของซีรีส์นี้คือฮีโร่ตัวจริงที่ทำให้กระแสมาแรงขนาดนี้ เพราะ TECNO POVA 8 Pro 5G อัดแน่นมาด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7400 Ultimate 5G แบบ 8 คอร์ จับคู่กับชิปกราฟิกแยกต่างหากอย่าง P1 Chip ที่ TECNO พัฒนาขึ้นเอง ทำให้เล่นเกมยอดฮิตอย่าง Mobile Legends: Bang Bang, PUBG, Call of Duty และ Honor of Kings ได้ลื่นสูงสุดถึง 144FPS ส่วนเกมกราฟิกจัดเต็มอย่าง Genshin Impact และ Honkai: Star Rail ก็ลื่นไหลได้สูงสุดถึง 90FPS โดยไม่ร้อนจนต้องหยุดพัก เพราะมีระบบระบายความร้อน 5K IceShield VC Cooling System คอยดูแลอยู่เบื้องหลัง

ฝั่งกล้องก็ไม่แพ้กัน เพราะจับมือกับ Sony พัฒนากล้องหลัก LYTIA™ 700C OIS เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.56 นิ้ว ถ่ายกลางคืนสวยชัด กันสั่นด้วย OIS ซูมได้แบบไม่เสียคุณภาพถึง 2 เท่า แถมยังมีโหมดถ่ายภาพความละเอียดสูงพิเศษ 50MP ให้เล่นกันเต็มที่ หน้าจอ HyperLux AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรตสูงสุด 144Hz ความสว่างทะลุ 4,500 nits ให้ภาพคมชัดระดับ HD แบตเตอรี่จุใจกับความจุ 6,500mAh ใช้งานได้ยาวทั้งวันโดยไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงก์ติดตัว

และแน่นอนว่าจุดที่ทำให้หลายคนต้องเหลียวมองคือดีไซน์ไฟหลัง D.I.Y. Matrix Dot ที่ปรับแต่งแสงได้ตามสไตล์ตัวเอง พร้อม Dynamic Dot Light Effect ที่มีลูกเล่นให้เลือกกว่า 100 รูปแบบ เดินไปไหนก็เด่นเป็นจุดสนใจได้ทันที เปิดจำหน่าย สีให้เลือกตามสไตล์ ได้แก่ Arc White, Graphite Black และ Tundra Green พร้อมตัวเลือกความจุ แบบ เริ่มต้นที่ RAM 8GB+8GB (RAM ขยาย) กับพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB ราคา 14,999 บาท ถัดมาคือรุ่น RAM 12GB+12GB (RAM ขยาย) พื้นที่เก็บข้อมูล 256GB ราคา 16,999 บาท และรุ่นท็อปสุดกับ RAM 12GB+12GB (RAM ขยาย) พื้นที่เก็บข้อมูลจัดเต็ม 512GB ในราคา 18,999 บาท

TECNO POVA 8 5G คุ้มเวอร์ในงบที่เบากว่า แต่ไม่ลดความเท่

ส่วนตัวรองของซีรีส์ก็ไม่ได้น้อยหน้าเลย เพราะยังคงกลิ่นอายดีไซน์ Alive at Night เดียวกัน มาพร้อมไฟหลัง Matrix Dot และ Dynamic Dot Light Effect ที่ปรับแต่งได้กว่า 100 รูปแบบเช่นเดียวกับรุ่นพี่ ทำให้ยังคงความโดดเด่นได้ไม่แพ้กัน แถมยังมาพร้อมฟังก์ชัน AI ที่ใช้งานได้จริงจากซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็นการตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 8000 mAh ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ใช้งานได้ทั่วไปได้มากสุด วัน คืน พร้อมกับกล้องหลัง เซนเซอร์ Sony’s LYTIA™ 600 ความละเอียด 50MP  พร้อมกล้อง Depth 2MP ถ่ายทอดภาพคมชัดทุกมิติ ทั้งหมดนี้มาในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนที่อยากได้ดีไซน์เท่ ๆ และฟีเจอร์จัดเต็มในงบจำกัด

TECNO POVA 8 5G เปิดจำหน่าย สีให้เลือก ได้แก่ Arc White, Graphite Black, Helios Orange และ Echo Green พร้อมตัวเลือกความจุ แบบ เริ่มต้นที่ RAM 6GB+6GB (RAM ขยาย) พื้นที่เก็บข้อมูล 128GB ราคา 9,999 บาท ถัดมาคือ RAM 8GB+8GB (RAM ขยาย) พื้นที่เก็บข้อมูล 128GB ราคา 10,999 บาท และรุ่นความจุสูงสุดกับ RAM 8GB+8GB (RAM ขยาย) พื้นที่เก็บข้อมูล 256GB ในราคา 11,999 บาท

TECNO POVA 8 Series างจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์