รีวิว

รีวิว REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G แกร่งแบบ Titan ดีไซน์พรีเมี่ยม พร้อมกล้องคุณภาพน่าประทับใจ

REDMI Note 15 Series 5G เปิดตัวมาเป็นกองทัพเลยนะครับ และรุ่นเด่นก็หนีไม่พ้น REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G ที่มารอบนี้มีจุดขายใหม่ในเรื่องของความทนทาน “แกร่งแบบ Titan” โดยก่อนหน้านี้ก็ได้จัดให้สื่อไปทดสอบกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะตกจากที่สูง แช่ในเครื่องปั่นไอติม หรือเอาไปคั่วในกะทะคั่วเกาลัด ผัดในกะทะ เอาค้อนทุบเนื้อทุบรัวๆ ก็ยังเอาเจ้า REDMI Note 15 Pro Series ไม่ลงครับ แข็งแรงมากจริงๆ ทั้งแรงกระแทก ความเย็น ความร้อนทนได้หมด ทั้งความแข็งแรงและยืดหยุ่นของวัสดุตัวเครื่อง และกระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus 2 รวมทั้งมาตรฐานการกันน้ำระดับ IP66/IP68/IP69/IP69K จัดเต็มเรื่องความทนทานครบทุกองค์ประกอบเลยครับ

REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G ตกกระแทกและขีดข่วนในหินกรวด ก็ยังเอาอยู่ ไม่มีรอย

REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G รองรับมาตรฐานการกันน้ำระดับ IP66/IP68/IP69/IP69K

REDMI Note 15 Pro Series ทนขนาดไหนชมคลิปนี้ครับ

REDMI Note 15 Pro Series สมาร์ตโฟนสุดแกร่ง ต้ม ผัด แกง ทอด ก็เอาอยู่! ขีดสุดเรื่องความแข็งแกร่งของวันนี้

REDMI Note 15 Pro 5G

REDMI Note 15 Pro 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจ ดีไซน์สวยซึ่งทั้งรุ่นนี้และรุ่นท๊อปจะมีดีไซน์คล้ายๆ กันแต่รุ่นนี้จะเป็นจอแบนครับ และด้านหลังเครื่องก็จะแบนด้วยน่าจะถูกใจหลายๆ คน มาพร้อมสเปคที่น่าสนใจ MediaTek Dimensity 7400-Ultra พร้อมตัวเลือก 2 ความจุ ได้แก่ 8GB + 256GB ราคา 9,999 บาท และ 12GB + 512GB ราคา 12,990 บาท ตัวเรือนใช้วัสดุที่มีความทนทาน และยืดหยุ่นสูง กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus 2 รวมทั้งมาตรฐานการกันน้ำระดับ IP66/IP68/IP69/IP69K พร้อมกล้องตัวหลักความละเอียด 200MP และระบบกันสั่น OIS มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Black, สีทอง Titanium Color และสีม่วง Mist Purple

รายละเอียดสเปกของ REDMI Note 15 Pro 5G

  • 2G: GSM: B2/B3/B5/B8
  • 3G: WCDMA: B1/B2/B4/B5/B6/B8/B19
  • 4G: LTE FDD: B1/B2/B3/B4/B5/B7/B8/B12/B13/B17/B18/B19/ B20/B26/B28/B32/B66
  • 4G: LTE TDD: B38/B40/B41/B42/B48
  • 5G: n1/2/3/5/7/8/12/20/26/28/38/40/41/48/66/77/78
  • Wi-Fi: 802.11a/b/g/n/ac/ax (Wi-Fi 2.4GHz | Wi-Fi 5GHz | Wi-Fi 6 | Wi-Fi Direct)
  • Bluetooth 5.4
  • Infrared port
  • GPS: L1 | GLONASS: G1 | BDS: B1I | Galileo E1 | QZSS: L1
  • NFC
  • USB Type-C 2.0, OTG
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ | เซนเซอร์ พร็อกซิมิตีเซ็นเซอร์ | เซ็นเซอร์วัดระดับแสงโดยรอบ | ตัววัดความเร่ง | เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์ | IR Blaster | ไจโรสโคป
  • มาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP66, IP68, IP69, IP69K
  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 2772 x 1280 pixels (447 ppi), refresh rate 120Hz, ความสว่างสูงสุด 3200nits
  • กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus 2

  • MediaTek Dimensity 7400-Ultra
  • RAM 8GB/12GB (LPDDR4X)
  • ROM 256GB/512GB (UFS2.2)
  • กล้องหน้า ความละเอียด 20MP F2.2, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4 นิ้ว, เลนส์ 4P
  • กล้องหลังคู่ ความละเอียด
  • 200MP F1.7, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.4 นิ้ว, เลนส์ 7P, multi-directional PDAF, OIS
  • 8MP F2.2 (ultrawide), 15 มม., 120˚, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0 นิ้ว
  • บันทึกวิดีโอความละเอียด 4K 30FPS, 1080P 30/60/120FPS, gyro-EIS, OIS
  • ลำโพงคู่ รองรับระบบเสียง Dolby Atmos และเพิ่มระดับเสียงได้ถึง 400%
  • แบตเตอรี่ความจุ 6580mAh
  • ชาร์จไว 45W Turbo Charge
  • มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Black, สีทอง Titanium Color และสีม่วง Mist Purple
  • ราคาเปิดตัวมี 2 ความจุ ได้แก่ 8GB + 256GB ราคา 9,999 บาท และ 12GB + 512GB ราคา 12,990 บาท

REDMI Note 15 Pro+ 5G

REDMI Note 15 Pro+ 5G รุ่นท๊อปสุดจะมีดีไซน์ภายนอกคล้ายๆ รุ่นปกติแต่จะมาพร้อมหน้าจอโค้งสี่ด้าน และด้านหลังโค้งรับกับอุ้งมือดูพรีเมี่ยมสวยงาม (โดยส่วนตัวผมชอบจอโค้งนะ) สเปครุ่นนี้จะเป็น Qualcomm Snapdragon 7s Gen 4 พร้อมตัวเลือก 2 ความจุ ได้แก่ 12GB + 256GB ราคา 13,990 บาท และ 12GB + 512GB ราคา 14,990 บาท ออกแบบให้มีความทนทานสูง และมีตัวเลือกฝาหลังหุ้มหนัง Vegan Leather ดูหรูหรามากๆ กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus 2 รวมทั้งมาตรฐานการกันน้ำระดับ IP66/IP68/IP69/IP69K พร้อมกล้องตัวหลักความละเอียด 200MP และระบบกันสั่น OIS และรุ่นนี้มีกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 32MP มาให้ด้วย มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Black, สีฟ้า Glacier Blue และสีน้ำตาล Mocha Brown (Vegan Leather)

รายละเอียดสเปกของ REDMI Note 15 Pro+ 5G

  • 2G: GSM: B2/B3/B5/B8
  • 3G: WCDMA: B1/B2/B4/B5/B6/B8/B19
  • 4G: LTE FDD: B1/B2/B3/B4/B5/B7/B8/B12/B13/B17/B18/B19/ B20/B26/B28/B32/B66
  • 4G: LTE TDD: B38/B40/B41/B42/B48
  • 5G: n1/2/3/5/7/8/12/20/26/28/38/40/41/48/66/77/78
  • Wi-Fi: 802.11a/b/g/n/ac/ax (Wi-Fi 2.4GHz | Wi-Fi 5GHz | Wi-Fi 6 | Wi-Fi 6E | 2×2 MIMO | Wi-Fi Direct)
  • Bluetooth 5.4
  • Infrared port
  • GPS: L1 | GLONASS: G1 | BDS: B1I | Galileo E1 | QZSS: L1
  • NFC
  • USB Type-C 2.0, OTG
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ | เซนเซอร์ พร็อกซิมิตีเซ็นเซอร์ | เซ็นเซอร์วัดระดับแสงโดยรอบ | ตัววัดความเร่ง | เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์ | IR Blaster | ไจโรสโคป
  • มาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP66, IP68, IP69, IP69K
  • หน้าจอ AMOLED CrystalRes ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 2772 x 1280 pixels (447 ppi), refresh rate 120Hz, ความสว่างสูงสุด 3200nits
  • กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus 2

  • Qualcomm Snapdragon 7s Gen 4
  • RAM 12GB (LPDDR4X)
  • ROM 256GB/512GB (UFS2.2)
  • กล้องหน้า ความละเอียด 32MP F2.2, ขนาดเซนเซอร์ 1/3.6 นิ้ว, เลนส์ 4P
  • กล้องหลังคู่ ความละเอียด
  • 200MP F1.7, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.4 นิ้ว, เลนส์ 7P, multi-directional PDAF, OIS
  • 8MP F2.2 (ultrawide), 15 มม., 120˚, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0 นิ้ว
  • บันทึกวิดีโอความละเอียด 4K 30FPS, 1080P 30/60/120FPS, gyro-EIS, OIS
  • ลำโพงคู่ รองรับระบบเสียง Dolby Atmos และเพิ่มระดับเสียงได้ถึง 400%
  • แบตเตอรี่ความจุ 6500mAh
  • ชาร์จไว 100W HyperCharge
  • ชาร์จย้อน 22.5W
  • มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Black, สีฟ้า Glacier Blue และสีน้ำตาล Mocha Brown (Vegan Leather)
  • ราคาเปิดตัวมี 2 ความจุ ได้แก่ 12GB + 256GB ราคา 13,990 บาท และ 12GB + 512GB ราคา 14,990 บาท

ดีไซน์ตัวเครื่องและอุปกรณ์ในกล่อง REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G

กล่องของ REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G

REDMI Note 15 Pro 5G

REDMI Note 15 Pro+ 5G

ภายในกล่องจะมีมาให้เหมือนๆ กันครับ ต่างกันตรง REDMI Note 15 Pro 5G จะมาพร้อมอะแดปเตอร์ชาร์จ 45W ส่วน REDMI Note 15 Pro+ 5G จะมีให้ 100W ตามสเปคที่แต่ละรุ่นรองรับ นอกนั้นจะเป็นเคสซิลิโคนสีดำ, สาย USB-C, เข็มจิ้มซิม และเอกสาร

REDMI Note 15 Pro 5G จะมาพร้อมหน้าจอแบน ส่วน REDMI Note 15 Pro+ 5G จะเป็นจอโค้ง 4 ด้าน ทั้งคู่จะมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 2772 x 1280 pixels (447 ppi), refresh rate 120Hz, ความสว่างสูงสุด 3200nits กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus 2 ขอบจอบางเฉียบดูพรีเมี่ยม แข็งแกร่ง สวยงามมากทั้งคู่ครับ ส่วนกล้องหน้า REDMI Note 15 Pro 5G จะมาพร้อมความละเอียด 20MP ส่วน REDMI Note 15 Pro+ 5G จะมาพร้อมความละเอียด 32MP

REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G มีดีไซน์ด้านหลังสวยมากๆ ชุดกล้องแวววาวสวยงาม REDMI Note 15 Pro 5G จะมาพร้อมดีไซน์เรียบแบน ส่วน REDMI Note 15 Pro+ 5G จะมาพร้อมขอบโค้งรับกับอุ้งมือ ทั้งคู่ใช้วัสดุฝาหลังโพลีคาร์บอเนต มีความแข็งแรง และยืดหยุ่น ทนทานต่อการกระแทก และในรุ่น REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังมาพร้อมตัวเลือกหุ้มหนัง Vegan Leather อีกด้วย พรีเมี่ยมมากๆ เลยครับ สำหรับ REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G มาพร้อมชุดกล้องเดียวกันเป็นกล้องหลังคู่ ความละเอียด 200MP F1.7 + 8MP F2.2 (ultrawide) พร้อมไฟแฟลช LED

ด้านบนมีไมค์ตัดเสียงรบกวน, ลำโพง ส่วนด้านล่างประกอบด้วยลำโพง, USB Type-C, ไมค์, และช่องใส่ซิม

ด้านซ้ายเรียบๆ ส่วนด้านขวาประกอบด้วยปุ่มลดระดับเสียงและปุ่ม Power

เต็มชาร์จไวสูงสุด 100W HyperCharge

REDMI Note 15 Pro 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 6580mAh ชาร์จไว 45W Turbo Charge แบตเตอรี่ความจุสูง ใช้งานได้อย่างยาวนาน ส่วน REDMI Note 15 Pro+ 5G จะจัดเต็มกว่ากับแบตเตอรี่ความจุ 6500mAh แบตเตอรี่ความจุสูงใช้งานได้ตลอดวันสบายๆ และรองรับชาร์จไว 100W HyperCharge ซึ่งสามารถชาร์จจาก 0-100% ได้ในเวลาเพียงแค่ 40 นาทีเท่านั้น แถมยังรองรับชาร์จย้อน 22.5W ใช้งานเป็นพาวเวอร์แบงก์ให้กับอุปกรณ์เสริมอย่างหูฟังได้เลย สะดวกมากๆ ครับ และแบตเตอรี่ของทั้ง 2 รุ่นนี้ ยังการันตีอายุการใช้งานยาวนานถึง 6 ปี ด้วยส่วนผสมซิลิคอน-คาร์บอน 10% รวมทั้งใช้งานได้ยาวนานในอุณหภูมิต่ำ -20℃ และรองรับมาตรฐานความทนทานของแบตเตอรี่ แม้ผ่านการชาร์จซ้ำหลายรอบจาก TÜV Rheinland

ทำงานบน Android 15 ครอบทับด้วย HyperOS 2.0

REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G ทำงานบน Android 15 ครอบทับด้วย HyperOS 2.0 หน้าตาการใช้งานสวยงาม และลื่นไหลมากครับ รองรับการใช้งาน AI อย่างสมบูรณ์แบบ มาพร้อมฟีเจอร์ AI อย่าง AI Writing, AI Speech Recognition, AI Interpreter, AI Search, AI Dynamic Wallpapers, AI Creativity Assistant และอื่นๆ รวมไปถึง Circle to Search วงกลมเพื่อค้นหาด้วย Google Gemini

ทดสอบเรื่องการเล่นเกม

เรื่องการเล่นเกมทำได้น่าพอใจมากครับ มาพร้อม Game Turbo ฟีเจอร์เพิ่มประสิทธิภาพเกมบนมือถือ Xiaomi/Redmi ที่ช่วยให้เล่นเกมลื่นขึ้น โดยปรับทรัพยากรเครื่อง จัดสรร CPU/GPU, ปรับเครือข่าย, ลดการแจ้งเตือน และมีเครื่องมือเสริมให้ปรับแต่ง เช่น ความไวหน้าจอ, การสั่น 4D, ปิดกั้นการสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ ทดสอบด้วยเกม ROV ค่าเฟรมเรทจะอยู่ที่ 60FPS ค่อนข้างนิ่งตลอดเกม และการทัชหน้าจอลื่นไหลติดนิ้วดีมาก

แกร่งแบบ Titan แต่เรื่องกล้องก็สุดยอดไม่แพ้ใคร

REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G มาพร้อมกล้องหลังคู่ ความละเอียด 200MP F1.7, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.4 นิ้ว, เลนส์ 7P, multi-directional PDAF, OIS + 8MP F2.2 (ultrawide), 15 มม., 120˚, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0 นิ้ว และบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K 30FPS, 1080P 30/60/120FPS, gyro-EIS, OIS

ส่วนกล้องหน้าจะมีความแตกต่างกัน REDMI Note 15 Pro 5G จะมาพร้อมกล้องหน้า ความละเอียด 20MP F2.2, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4 นิ้ว, เลนส์ 4P และ REDMI Note 15 Pro+ 5G มาพร้อมกล้องหน้า ความละเอียด 32MP F2.2, ขนาดเซนเซอร์ 1/3.6 นิ้ว, เลนส์ 4P

จากการทดสอบกล้องคุณภาพดีมากครับ ภาพที่ได้สวยและความคมชัดสูงมากครับ มีความอิ่มสีที่น่าประทับใจ รวมทั้งกล้องหน้าก็มีคุณภาพที่ดีมากๆ โดยเฉพาะในรุ่น REDMI Note 15 Pro+ 5G เรามาชมตัวอย่างภาพถ่ายจากสมาร์ตโฟน 2 รุ่นนี้กันครับ

ตัวอย่างภาพถ่าย Selfie ของ REDMI Note 15 Pro 5G

Selfie ปกติ และโหมด Portrait

ตัวอย่างภาพถ่าย Selfie ของ REDMI Note 15 Pro+ 5G

Selfie ปกติ และโหมด Portrait

ตัวอย่างภาพถ่ายระยะต่างๆ ของ REDMI Note 15 Pro 5G

REDMI Note 15 Pro 5G รองรับระยะการถ่ายภาพตั้งแต่ 15 มม. ไปจนถึง 690 มม.

ตัวอย่างภาพถ่ายระยะต่างๆ ของ REDMI Note 15 Pro+ 5G

REDMI Note 15 Pro+ 5G รองรับระยะการถ่ายภาพตั้งแต่ 15 มม. ไปจนถึง 690 มม.

ตัวอย่างภาพถ่ายปกติจาก REDMI Note 15 Pro 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายปกติจาก REDMI Note 15 Pro+ 5G

ตัวอย่างภาพ Portrait จาก REDMI Note 15 Pro 5G

ตัวอย่างภาพ Portrait จาก REDMI Note 15 Pro+ 5G

ตัวอย่างภาพ Portrait พร้อมฟิลเตอร์ จาก REDMI Note 15 Pro+ 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายยามค่ำคืน จาก REDMI Note 15 Pro 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายยามค่ำคืน จาก REDMI Note 15 Pro+ 5G

จัดเต็มเรื่อง AI ในการตกแต่งภาพ

ฟีเจอร์การปรับแต่งภาพต่างๆ ด้วย AI มีมาให้ใช้งานกันเพียบครับ เหมือนรุ่นท๊อปเลย ไม่ว่าจะเป็น

  • Ultra HD เพิ่มความละเอียดให้ภาพความละเอียดต่ำ
  • AI Beautify ตกแต่งภาพให้สวยงามขึ้นในขั้นตอนเดียว
  • Expand สามารถปรับองค์ประกอบภาพได้แบบ Auto ช่วยให้การทำงานของช่างภาพง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก
  • Erase ช่วยลบองค์ประกอบที่ไม่ต้องการบนภาพ ไม่ว่าจะเป็นร่องรอย วัตถุ หรือผู้คน และเงาสะท้อน
  • Sky สามารถเปลี่ยนท้องฟ้าได้ โดยมีทั้งฟ้าใส, ยามเย็น, ยามค่ำคืน และแบบเคลื่อนไหวเป็นวิดีโอก็สามารถทำได้ง่ายๆ
  • Bokeh สามารถเปลี่ยนโบเก้ได้แบบแฟนซีเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ทรงกลม, เคลื่อนไหว, วงแหวน, หมุนวน, แผ่พุ่ง, แปดเหลี่ยม, หัวใจ และดวงดาว
  • Cutout เป็นการรีทัชฉากหลังออกแล้วใส่ฉากหลังเข้าไปใหม่ เหมาะกับคนที่อยากทำบัตรเอง หรืออยากจะทำการ์ดเท่ๆ ก็มีแบบให้เลือกมากมาย
  • Portrait สามารถรีทัชภาพได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นโทนผิว หรือโครงสร้างใบหน้า ทำออกมาได้ดีไม่แพ้แอปยอดนิยมเลยนะครับ

REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G แกร่งแบบ Titan ดีไซน์พรีเมี่ยม พร้อมกล้องคุณภาพน่าประทับใจ

REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G เป็นคู่หูสุดแกร่งที่น่าประทับใจมากๆ ครับ นอกจากแข็งแรงมากๆ แล้ว ยังมาพร้อมสเปคที่ใช้งานได้อย่างลื่นไหลดีเยี่ยม และกล้องคุณภาพสูงถ่ายภาพได้สวยมากๆ อย่างน่าพอใจ ใครที่มองหาสมาร์ทโฟนดีไซน์สวยสะดุดตา หน้าจอสีสันสดใสใช้งานกลางแจ้งได้ดี ความทนทานสูงมาก ทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรง รวมทั้งรองรับมาตรฐานการกันน้ำระดับ IP66/IP68/IP69/IP69K และป้องกันการตกหล่นได้ดี แถมยังได้กล้องสวยๆ ผมแนะนำเลยครับว่าน่าสนใจมากๆ

ราคาของ REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G

  • REDMI Note 15 Pro 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Black, สีทอง Titanium Color และสีม่วง Mist Purple ราคาเปิดตัวมี 2 ความจุ ได้แก่ 8GB + 256GB ราคา 9,999 บาท และ 12GB + 512GB ราคา 12,990 บาท
  • REDMI Note 15 Pro+ 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Black, สีฟ้า Glacier Blue และสีน้ำตาล Mocha Brown (Vegan Leather) ราคาเปิดตัวมี 2 ความจุ ได้แก่ 12GB + 256GB ราคา 13,990 บาท และ 12GB + 512GB ราคา 14,990 บาท

โปรโมชั่น วันที่ 16 ม.ค. – 31 ม.ค. 69 จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้

  • เมื่อซื้อรุ่น REDMI Note 15 Pro 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB รับฟรี Mi Smart Standing Fan 2 Lite, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ 12,887 บาท และรุ่นความจุ 8GB+256GB รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี, และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ 11,887 บาท
  • เมื่อซื้อรุ่น REDMI Note 15 Pro+ 5G รับฟรี Xiaomi Smart Air Purifier 4 compact, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 13,687 บาท

การรับประกันและบริการ VIP

  • รับประกันตัวเครื่องนาน 2 ปี
  • รับประกันแบตเตอรี่นาน 4 ปี
  • ประกันหน้าจอแตก/ฝาหลัง/ความเสียหายจากของเหลว ฟรี 1 ครั้ง (ภายใน 2 ปี)

สิทธิประโยชน์อื่นๆ

  • นำเครื่องเก่ามาแลกใหม่และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,400 บาท
  • รับชม YouTube Premium ฟรี 2 เดือน
  • รับคะแนนสะสม Mi Points x2
  • โปรโมชั่นพิเศษสำหรับคนขับแอป Bolt, Grab หรือ LINE MAN รับส่วนลดค่าเครื่องทันที 5%

ช่องทางการซื้อ